Svetlana Mojsov ผู้เบื้องหลังการค้นพบ GLP-1 นวัตกรรมเปลี่ยนโลกในการรักษาโรคเบาหวานและโรคอ้วน
ในโลกของการแพทย์สมัยใหม่ ยาลดน้ำหนักและยารักษาโรคเบาหวานที่สร้างปรากฏการณ์ไปทั่วโลกอย่าง Ozempic มีจุดเริ่มต้นมาจากงานวิจัยที่ลึกซึ้งในระดับโมเลกุล โดยมี Svetlana Mojsov นักเคมีชาวมาซิโดเนีย-อเมริกัน เป็นบุคคลสำคัญผู้ค้นพบและสังเคราะห์ GLP-1 (Glucagon-like peptide-1) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่มีบทบาทวิกฤตต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและการหลั่งอินซูลิน
เส้นทางสู่ความสำเร็จและการศึกษา
Svetlana Mojsov เกิดเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ค.ศ. 1947 ณ เมืองสโกเปีย ประเทศมาซิโดเนีย (ในขณะนั้นเป็นส่วนหนึ่งของยูโกสลาเวีย) เธอเริ่มต้นเส้นทางสายวิทยาศาสตร์ด้วยการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านเคมีกายภาพที่กรุงเบลเกรด ก่อนจะเข้าศึกษาต่อในระดับบัณฑิตศึกษาที่ Rockefeller University ในปี 1972
ในช่วงเวลานั้น เธอได้ทำงานวิจัยร่วมกับ Bruce Merrifield เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาเคมี โดยมุ่งเน้นไปที่ Peptide synthesis หรือการสังเคราะห์เปปไทด์ (สายโซ่ของกรดอะมิโนที่ประกอบกันเป็นโปรตีน) โดยเฉพาะการสังเคราะห์กลูคากอน (Glucagon) ซึ่งเป็นฮอร์โมนจากตับอ่อนที่เชื่อว่าอาจนำมาใช้รักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้
การค้นพบ GLP-1 และจุดเปลี่ยนทางการแพทย์
ในช่วงทศวรรษ 1980 Mojsov ได้ย้ายไปทำงานที่โรงพยาบาล Massachusetts General Hospital (MGH) ในฐานะหัวหน้าหน่วยสังเคราะห์เปปไทด์ ที่นี่เธอได้ร่วมงานกับ Joel Habener และ Gordon Weir เพื่อระบุตัวตนของ GLP-1 ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ผลิตจากลำไส้และทำหน้าที่กระตุ้นการหลั่งอินซูลิน
ความสำเร็จครั้งสำคัญของเธอคือการใช้เทคนิคการสร้างแอนติบอดีต่ออินครีติน (Incretin - ฮอร์โมนที่กระตุ้นการหลั่งอินซูลิน) จนสามารถระบุได้ว่า กรดอะมิโนจำนวน 31 ตัว ใน GLP-1 คือส่วนสำคัญที่ทำหน้าที่เป็นอินครีติน ซึ่งการสังเคราะห์ GLP-1 ในห้องปฏิบัติการของเธอนี้เองที่พิสูจน์ได้ว่ามันสามารถกระตุ้นการหลั่งอินซูลินได้จริง
ผลงานชิ้นนี้กลายเป็นรากฐานสำคัญที่บริษัทเวชภัณฑ์ยักษ์ใหญ่อย่าง Novo Nordisk และ Eli Lilly นำไปพัฒนาเป็นยารักษาโรคอ้วนและโรคเบาหวานที่แพร่หลายในปัจจุบัน
การต่อสู้เพื่อการยอมรับและสิทธิในสิทธิบัตร
แม้ผลงานของเธอจะเป็นหัวใจสำคัญ แต่ Mojsov ต้องเผชิญกับความไม่เป็นธรรมเมื่อสิทธิบัตรของเปปไทด์อนุพันธ์ GLP-1 ถูกจดทะเบียนโดยมีชื่อ Joel Habener เป็นผู้สร้างสรรค์เพียงผู้เดียวโดยที่เธอไม่ทราบเรื่อง เธอจึงต้องต่อสู้ทางกฎหมายเพื่อให้ชื่อของเธอถูกบรรจุในสิทธิบัตร ซึ่งในที่สุด MGH ยอมแก้ไขสิทธิบัตร 4 ฉบับให้รวมชื่อของเธอ และเธอได้รับค่าลิขสิทธิ์ยาเป็นเวลาหนึ่งปี
ปัจจุบันเธอยังคงส่งเสียงเรียกร้องให้มีการให้เกียรติและยอมรับในผลงานของเธออย่างถูกต้อง หลังจากที่ผู้ร่วมงานหลายคนได้รับรางวัลมากมายจากความสำเร็จของยาที่พัฒนามาจากงานวิจัยของเธอ
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- บทบาทหลัก: ผู้ค้นพบและสังเคราะห์ GLP-1 ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนายารักษาโรคเบาหวานและโรคอ้วน
- ความเชี่ยวชาญ: ด้านชีวเคมีและการสังเคราะห์เปปไทด์ (Peptide synthesis)
- ตำแหน่งปัจจุบัน: ศาสตราจารย์ด้านการวิจัยที่ Rockefeller University
- ผลกระทบ: งานวิจัยของเธอถูกนำไปพัฒนาเป็นยาในกลุ่ม GLP-1 receptor agonists ที่ใช้ลดน้ำหนักและคุมน้ำตาลในเลือด
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| การศึกษา | ปริญญาตรี เคมีกายภาพ (เบลเกรด), ปริญญาเอก Rockefeller University |
| การค้นพบสำคัญ | ระบุลำดับกรดอะมิโน 31 ตัวของ GLP-1 ที่กระตุ้นการหลั่งอินซูลิน |
| สถาบันที่เกี่ยวข้อง | Rockefeller University, Massachusetts General Hospital |
| รางวัลเด่น | Lasker Award (2024), Breakthrough Prize (2025), Tang Prize (2024) |
คำถามที่พบบ่อย
GLP-1 คืออะไรและมีความสำคัญอย่างไร?
GLP-1 หรือ Glucagon-like peptide-1 คือฮอร์โมนที่ร่างกายผลิตขึ้นในลำไส้ มีหน้าที่สำคัญในการกระตุ้นให้ตับอ่อนหลั่งอินซูลินเพื่อลดระดับน้ำตาลในเลือด และช่วยชะลอการระบายอาหารออกจากกระเพาะอาหาร ทำให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น
Svetlana Mojsov มีส่วนช่วยในการสร้างยา Ozempic อย่างไร?
เธอเป็นคนแรกที่สังเคราะห์โมเลกุล GLP-1 ที่มีประสิทธิภาพในร่างกายมนุษย์ได้สำเร็จ ซึ่งการค้นพบโครงสร้างทางเคมีนี้เป็นรากฐานให้บริษัทเภสัชกรรมนำไปพัฒนาเป็นยาเลียนแบบ GLP-1 เพื่อรักษาโรคเบาหวานและลดน้ำหนัก
ทำไมเรื่องราวของเธอถึงถูกพูดถึงในแง่ของการไม่ได้รับความเป็นธรรม?
เนื่องจากในช่วงแรก สิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัย GLP-1 ไม่ได้ระบุชื่อของเธอในฐานะผู้ร่วมค้นพบ ทำให้เธอไม่ได้รับเครดิตและผลประโยชน์ทางการเงินที่เหมาะสมในช่วงที่ยาเริ่มประสบความสำเร็จ
รางวัลที่เธอได้รับสะท้อนถึงอะไร?
รางวัลระดับโลก เช่น Lasker Award และ Breakthrough Prize ที่เธอได้รับในช่วงปี 2024-2026 เป็นการยืนยันถึงคุณค่าทางวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ของงานวิจัยเธอ ซึ่งส่งผลกระทบเชิงบวกต่อสุขภาพของผู้คนนับล้านทั่วโลก