Tarso Genro เส้นทางชีวิตและการเมืองของรัฐบุรุษแห่งรัฐ Rio Grande do Sul
Tarso Genro (ชื่อเต็ม Tarso Fernando Herz Genro) เป็นบุคคลสำคัญในแวดวงการเมืองของประเทศบราซิล โดยเฉพาะในรัฐทางตอนใต้ที่ชื่อว่า Rio Grande do Sul เขาเป็นที่รู้จักในฐานะพันธมิตรใกล้ชิดของอดีตประธานาธิบดี Luiz Inácio Lula da Silva และเคยดำรงตำแหน่งผู้นำระดับสูงของพรรค Workers' Party (PT) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองแนวทางสังคมนิยมที่ทรงอิทธิพลในช่วงทศวรรษ 2000

จุดเริ่มต้นและเส้นทางการก้าวสู่การเมือง
Genro เกิดเมื่อวันที่ 6 มีนาคม ค.ศ. 1947 ในครอบครัวชนชั้นแรงงานที่เมือง São Borja เขาเริ่มมีความสนใจและมีบทบาททางการเมืองตั้งแต่วัยเยาว์ โดยในช่วงต้นทศวรรษ 1980 เขาและพี่ชาย (Adelmo Genro Filho) ได้ทำหน้าที่เป็นโฆษกให้กับพรรค Communist Revolutionary Party (PRC) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนทางอุดมการณ์ก่อนจะเข้าสู่พรรค PT ในเวลาต่อมา
ความสำเร็จในช่วงแรกของเขาเริ่มต้นที่เมือง Porto Alegre โดยได้รับเลือกให้เป็นรองนายกเทศมนตรีผ่านกลุ่ม "Popular Front" และได้ควบตำแหน่งเลขาธิการรัฐบาล ต่อมาในปี 1992 เขาได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่ง นายกเทศมนตรีเมือง Porto Alegre แม้ว่าภายหลังจะพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งสมัยที่สองในปี 1996 แต่ชื่อเสียงของเขาก็โดดเด่นจนเคยถูกคาดการณ์ว่าอาจเป็นตัวแทนพรรค PT ลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีแทน Lula ในปี 1998
บทบาทในระดับรัฐบาลกลางและตำแหน่งรัฐมนตรี
ในช่วงปี 2004 ถึง 2010 Tarso Genro ได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งสำคัญในคณะรัฐมนตรีของประธานาธิบดี Lula หลายตำแหน่ง เริ่มจากการเป็นรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ จากนั้นขยับมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความสัมพันธ์สถาบัน และก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ในปี 2007
หนึ่งในเหตุการณ์ที่สร้างข้อถกเถียงระดับโลกเกิดขึ้นในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม เมื่อเขาตัดสินใจมอบสถานะ ผู้ลี้ภัยทางการเมือง ให้กับ Cesare Battisti อดีตสมาชิกกลุ่มก่อการร้ายฝ่ายซ้ายชาวอิตาลีที่ถูกจับกุมในริโอเดจาเนโร การตัดสินใจครั้งนี้สร้างความขัดแย้งอย่างรุนแรงระหว่างรัฐบาลบราซิลและอิตาลี จนกระทั่งในปี 2009 ศาลฎีกาของบราซิลได้ตัดสินว่าการมอบสถานะผู้ลี้ภัยดังกล่าวเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย
การบริหารงานในระดับรัฐ
หลังจากผ่านประสบการณ์ในระดับประเทศ Genro ได้กลับมานำทัพการเมืองในบ้านเกิด โดยดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าการรัฐ Rio Grande do Sul ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2011 ถึง 1 มกราคม 2015 โดยมี Beto Grill ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าการรัฐ
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- การศึกษา: สำเร็จการศึกษาจาก Federal University of Santa Maria
- บทบาทพรรค: เคยดำรงตำแหน่งประธานพรรค Workers' Party (PT) ในช่วงสั้นๆ ปี 2005 เพื่อแทนที่ José Genoíno จากเหตุการณ์อื้อฉาว Mensalão
- ครอบครัว: สมรสกับ Sandra Krebs Genro มีบุตรสาวคือ Luciana Genro ซึ่งเป็นนักการเมืองสายสังคมนิยม และมีหลานชายเป็นอดีตนักฟุตบอลอาชีพ
- ความสัมพันธ์ทางการเมือง: เป็นที่ปรึกษาคนสำคัญของ Luiz Inácio Lula da Silva ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งปี 2006
| ตำแหน่ง | ช่วงเวลาที่ดำรงตำแหน่ง | หน่วยงาน/พื้นที่ |
|---|---|---|
| ผู้ว่าการรัฐ | 2011 – 2015 | Rio Grande do Sul |
| รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม | 2007 – 2010 | รัฐบาลกลางบราซิล |
| รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความสัมพันธ์สถาบัน | 2006 – 2007 | รัฐบาลกลางบราซิล |
| รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ | 2004 – 2005 | รัฐบาลกลางบราซิล |
| นายกเทศมนตรี | 1993–1997 และ 2001–2002 | Porto Alegre |
| ประธานพรรค (รักษาการ) | 2005 | Workers' Party (PT) |
คำถามที่พบบ่อย
Tarso Genro มีความสัมพันธ์อย่างไรกับ Luiz Inácio Lula da Silva?
เขาเป็นพันธมิตรทางการเมืองที่ใกล้ชิดและเป็นที่ปรึกษาคนสำคัญของ Lula โดยได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีหลายกระทรวงในรัฐบาลของ Lula
เหตุการณ์อื้อฉาวเรื่อง Cesare Battisti คืออะไร?
คือกรณีที่ Tarso Genro ในฐานะรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ได้มอบสถานะผู้ลี้ภัยทางการเมืองให้กับ Battisti ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมชาวอิตาลี ซึ่งสร้างความขัดแย้งระหว่างประเทศและถูกศาลฎีกาบราซิลตัดสินว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายในภายหลัง
Tarso Genro เคยเป็นประธานพรรค PT หรือไม่?
ใช่ เขาเคยดำรงตำแหน่งประธานพรรค Workers' Party (PT) ในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงตุลาคม ปี 2005 เพื่อทำหน้าที่แทน José Genoíno ที่พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากคดี Mensalão
บทบาททางการเมืองล่าสุดของเขาคืออะไร?
ตำแหน่งบริหารระดับสูงล่าสุดที่ระบุในประวัติคือการดำรงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐ Rio Grande do Sul ซึ่งสิ้นสุดวาระลงในวันที่ 1 มกราคม 2015
ครอบครัวของ Tarso Genro มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมืองหรือไม่?
มี โดยบุตรสาวของเขา Luciana Genro เป็นนักการเมืองสายสังคมนิยมและเคยเป็นตัวแทนผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรค Socialism and Liberty Party (PSOL) ในปี 2014