Terry McDermott ตำนานกองกลางผู้สร้างประวัติศาสตร์ให้ลิเวอร์พูลและทีมชาติอังกฤษ
หากพูดถึงยุคทองของสโมสรลิเวอร์พูลในช่วงทศวรรษ 1970 ถึงต้น 1980 ชื่อของ Terry McDermott หรือที่แฟนบอลรู้จักกันในชื่อ "Terry Mac" คือหนึ่งในชื่อที่ถูกจารึกไว้ในฐานะกองกลางผู้เปี่ยมไปด้วยทักษะและพละกำลัง เขาเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยให้ทีมประสบความสำเร็จอย่างสูงสุดทั้งในระดับสโมสรและระดับนานาชาติ

เส้นทางอาชีพนักเตะ: จากดาวรุ่งสู่จุดสูงสุดของยุโรป
แม็คเดอร์มอทเริ่มต้นเส้นทางลูกหนังกับสโมสร Bury ในปี 1969 ก่อนจะย้ายไปร่วมทีม Newcastle United ในปี 1973 ซึ่งที่นี่เขาได้แสดงศักยภาพจนเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ FA Cup ในปี 1974 แม้จะพ่ายแพ้ให้กับลิเวอร์พูล แต่ผลงานของเขาก็ไปเข้าตา Bob Paisley ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลในขณะนั้น
เขาย้ายมาร่วมทัพ "หงส์แดง" ในเดือนพฤศจิกายน 1974 แม้ในช่วงแรกจะต้องต่อสู้เพื่อแย่งชิงตำแหน่งตัวจริง แต่เมื่อเขาปรับตัวได้ แม็คเดอร์มอทก็กลายเป็นผู้เล่นที่ขาดไม่ได้ โดยเฉพาะในฤดูกาล 1976-77 ที่เขาสร้างชื่อด้วยการทำประตูสุดสวยในเกม FA Cup กับเอฟเวอร์ตัน ซึ่งได้รับเลือกให้เป็น Goal of the Season โดย BBC และยังเป็นผู้ทำประตูเปิดเกมในนัดชิงชนะเลิศ European Cup (ถ้วยยุโรปใบใหญ่ หรือปัจจุบันคือ UEFA Champions League) ที่ลิเวอร์พูลเอาชนะโบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค 3-1
ความสำเร็จของเขากับลิเวอร์พูลนั้นน่าทึ่ง โดยสามารถคว้าแชมป์ลีกสูงสุด (First Division) ได้ถึง 5 สมัย และแชมป์ European Cup อีก 3 สมัย นอกจากนี้ในปี 1980 เขายังสร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้เล่นคนแรกที่คว้ารางวัล PFA Players' Player of the Year และ FWA Footballer of the Year ได้พร้อมกันในฤดูกาลเดียว
การกลับสู่บ้านเกิดและการผจญภัยในต่างแดน
หลังจากสร้างความสำเร็จมากมายที่แอนฟิลด์ แม็คเดอร์มอทกลับไปร่วมทีม Newcastle United อีกครั้งในปี 1982 โดยได้ร่วมงานกับอดีตเพื่อนร่วมทีมอย่าง Kevin Keegan และช่วยพาทีมเลื่อนชั้นกลับสู่ลีกสูงสุดได้สำเร็จในปี 1984 ก่อนจะปิดท้ายอาชีพค้าแข้งด้วยการย้ายไปเล่นให้ Cork City ในไอร์แลนด์ และ APOEL ในไซปรัส ซึ่งเขาคว้าแชมป์ลีกและซูเปอร์คัพของไซปรัสมาครองได้
บทบาทในทีมชาติอังกฤษ
ในระดับนานาชาติ แม็คเดอร์มอทได้รับความไว้วางใจให้ลงเล่นให้ทีมชาติอังกฤษรวม 25 นัด ทำได้ 3 ประตู เขาเป็นส่วนหนึ่งของขุมกำลังในศึก UEFA Euro 1980 และ FIFA World Cup 1982 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพระดับแถวหน้าของกองกลางชาวอังกฤษในยุคนั้น
เส้นทางสายโค้ชและการบริหาร
หลังแขวนสตั๊ด แม็คเดอร์มอทผันตัวมาเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีม โดยทำงานใกล้ชิดกับ Kevin Keegan ที่ Newcastle United และเคยร่วมงานกับ John Barnes ที่สโมสร Celtic ในสกอตแลนด์ นอกจากนี้เขายังเคยเป็นมือขวาของ Lee Clark ที่ Huddersfield Town และ Birmingham City ซึ่งแสดงให้เห็นถึงประสบการณ์การบริหารทีมที่หลากหลาย
| รายการ/สโมสร | ความสำเร็จ/สถิติ | จำนวนครั้ง/รางวัล |
|---|---|---|
| แชมป์ลีกสูงสุด (ลิเวอร์พูล) | First Division | 5 สมัย |
| แชมป์ยุโรป (ลิเวอร์พูล) | European Cup | 3 สมัย |
| แชมป์ลีกไซปรัส (APOEL) | Cypriot First Division | 1 สมัย |
| ลงเล่นให้ทีมชาติอังกฤษ | Senior Caps | 25 นัด (3 ประตู) |
| รางวัลส่วนตัวปี 1980 | PFA & FWA Player of the Year | รางวัลคู่ในฤดูกาลเดียว |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ฉายา: เป็นที่รู้จักในชื่อ "Terry Mac"
- ความสำเร็จสูงสุด: คว้าแชมป์ยุโรป 3 สมัย และแชมป์ลีกอังกฤษ 5 สมัยกับลิเวอร์พูล
- สถิติโดดเด่น: เป็นผู้เล่นคนแรกที่ได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมจากทั้ง PFA และ FWA ในปีเดียวกัน (1980)
- ชีวิตส่วนตัว: ประกาศว่าได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคสมองเสื่อม (Dementia) เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2021
คำถามที่พบบ่อย
Terry McDermott เล่นตำแหน่งอะไร?
เขาเล่นในตำแหน่ง กองกลาง (Midfielder) โดยโดดเด่นทั้งในเรื่องการขับเคลื่อนเกมและการทำประตู
ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขากับลิเวอร์พูลคืออะไร?
การเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่คว้าแชมป์ European Cup 3 สมัย และแชมป์ลีกสูงสุด 5 สมัย รวมถึงการทำประตูในนัดชิงชนะเลิศ European Cup ปี 1977
เขามีความสัมพันธ์อย่างไรกับ Kevin Keegan?
ทั้งคู่เป็นอดีตเพื่อนร่วมทีมที่ลิเวอร์พูล และต่อมาแม็คเดอร์มอทได้กลับไปร่วมงานกับคีแกนที่ Newcastle United ทั้งในฐานะเพื่อนร่วมทีมและในฐานะผู้ช่วยผู้จัดการทีม
เขามีสถิติการลงเล่นให้ทีมชาติอังกฤษอย่างไร?
เขาลงเล่นให้ทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ทั้งหมด 25 นัด ทำได้ 3 ประตู และเคยติดทีมไปลุยศึกยูโร 1980 และฟุตบอลโลก 1982
ปัจจุบันสถานะสุขภาพของเขาเป็นอย่างไร?
ในปี 2021 แม็คเดอร์มอทได้เปิดเผยต่อสาธารณะว่าเขาป่วยเป็นโรคสมองเสื่อม (Dementia)