← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Thomas Nagel นักปรัชญาผู้ท้าทายมุมมองทางวิทยาศาสตร์ต่อจิตสำนึก

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Thomas Nagel นักปรัชญาผู้ท้าทายมุมมองทางวิทยาศาสตร์ต่อจิตสำนึก

Thomas Nagel นักปรัชญาผู้ท้าทายมุมมองทางวิทยาศาสตร์ต่อจิตสำนึก ในโลกของปรัชญาสมัยใหม่ Thomas Nagel (โธมัส เนเกล) คือหนึ่งในนักคิดที่มีอิทธิพลสูงสุด โดยเฉพาะในด้านปรัชญาจิ…

Thomas NagelปรัชญาจิตWhat Is It Like to Be a Batจิตสำนึก

Thomas Nagel นักปรัชญาผู้ท้าทายมุมมองทางวิทยาศาสตร์ต่อจิตสำนึก

ในโลกของปรัชญาสมัยใหม่ Thomas Nagel (โธมัส เนเกล) คือหนึ่งในนักคิดที่มีอิทธิพลสูงสุด โดยเฉพาะในด้านปรัชญาจิต (Philosophy of Mind) และจริยศาสตร์ เขาเป็นศาสตราจารย์กิตติคุณด้านปรัชญาและกฎหมายแห่งมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก (NYU) ผู้ซึ่งใช้เวลาทั้งชีวิตในการตั้งคำถามถึงขีดจำกัดของวิทยาศาสตร์ในการอธิบายประสบการณ์ภายในของมนุษย์

เนเกลเป็นที่รู้จักในฐานะนักปรัชญาสาย Postanalytic (หลังการวิเคราะห์) ซึ่งมุ่งเน้นการวิเคราะห์ตรรกะควบคู่ไปกับการพิจารณาบริบททางประสบการณ์ เขาเชื่อว่าการพยายามทำความเข้าใจโลกผ่านมุมมองที่เป็นวัตถุวิสัยเพียงอย่างเดียว อาจทำให้เราพลาดสิ่งสำคัญที่สุดของการเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีจิตสำนึกไป

Content image

เส้นทางชีวิตและการหล่อหลอมทางปัญญา

Thomas Nagel เกิดเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ. 1937 ณ กรุงเบลเกรด ประเทศยูโกสลาเวีย (ปัจจุบันคือเซอร์เบีย) โดยเป็นบุตรของผู้อพยพชาวยิวจากเยอรมนี เขาเดินทางมายังสหรัฐอเมริกาในปี 1939 และเติบโตขึ้นในนิวยอร์ก แม้จะใช้ชีวิตแบบฆราวาสแต่เขายังคงระบุตัวตนว่าเป็นชาวยิว

ด้านการศึกษา เนเกลเริ่มต้นด้วยความสนใจในวิชาฟิสิกส์ก่อนจะเปลี่ยนมาศึกษาปรัชญาที่มหาวิทยาลัยคอร์เนล (Cornell University) จากนั้นได้รับทุน Fulbright ไปศึกษาต่อที่วิทยาลัยคอร์ปัส คริสตี มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด และจบปริญญาเอกด้านปรัชญาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด โดยมี John Rawls นักปรัชญาการเมืองผู้ยิ่งใหญ่เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ซึ่งส่งผลให้เนเกลมีความเชี่ยวชาญทั้งในด้านจริยศาสตร์และปรัชญาการเมืองอย่างลึกซึ้ง

ตลอดอาชีพการสอน เนเกลได้ถ่ายทอดความรู้ในสถาบันชั้นนำอย่าง UC Berkeley และมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน ก่อนจะมาพำนักที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก โดยเขาได้สร้างลูกศิษย์ที่เป็นนักปรัชญารุ่นหลังที่มีชื่อเสียงมากมาย เช่น Susan Wolf และ Shelly Kagan

การวิพากษ์ทฤษฎีลดทอนและปริศนาของจิตสำนึก

ผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้เนเกลมากที่สุดคือบทความ "What Is It Like to Be a Bat?" (1974) ซึ่งเขาเสนอว่า จิตสำนึกมีลักษณะของ Subjective Character หรือ "ความเป็นอัตวิสัย" ที่ไม่สามารถลดทอนให้เหลือเพียงกระบวนการทางกายภาพหรือเคมีในสมองได้

เนเกลใช้การเปรียบเทียบกับ "ค้างคาว" เพื่อชี้ให้เห็นว่า แม้เราจะรู้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ทุกอย่างเกี่ยวกับระบบโซนาร์ของค้างคาว แต่เราก็ไม่มีวันรู้ว่า "การได้เป็นค้างคาวนั้นรู้สึกอย่างไร" สิ่งนี้สะท้อนว่าวิทยาศาสตร์แบบ Material Reductionism (ทฤษฎีลดทอนทางวัตถุ) ซึ่งพยายามอธิบายจิตใจด้วยสสารเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถอธิบายประสบการณ์ส่วนบุคคลได้ครบถ้วน

เขายังนำเสนอแนวคิด "The View from Nowhere" หรือมุมมองจากที่ที่ไม่มีตัวตน ซึ่งหมายถึงความพยายามของวิทยาศาสตร์ในการมองโลกอย่างเป็นกลางที่สุด (Objective) แต่เนเกลโต้แย้งว่า เมื่อนำมุมมองนี้มาใช้กับเรื่องของจิตใจ มันกลับกลายเป็นการตัดทิ้งสิ่งสำคัญที่สุด นั่นคือ "มุมมองของผู้สังเกต" ออกไป

Content image

มุมมองต่อธรรมชาติและวิวัฒนาการใน Mind and Cosmos

ในหนังสือ Mind and Cosmos (2012) เนเกลได้ขยายขอบเขตการวิพากษ์ไปยังทฤษฎีวิวัฒนาการแบบนีอดาร์วิน (Neo-Darwinian) โดยเขามองว่าการที่จิตสำนึกเกิดขึ้นจากกระบวนการสุ่มทางวัตถุเพียงอย่างเดียวนั้นขัดกับสามัญสำนึก

เขาเสนอว่าจิตใจอาจเป็นคุณสมบัติพื้นฐานของธรรมชาติ และความเป็นไปได้ที่ธรรมชาติจะมีลักษณะแบบ Teleological (มีเป้าหมายหรือจุดมุ่งหมาย) อาจเป็นคำอธิบายที่สมเหตุสมผลกว่า แม้เขาจะเป็นอเทวนิยม (Atheist) และไม่สนับสนุนการออกแบบโดยผู้สร้าง (Intelligent Design) แต่เขาก็สนับสนุนให้มีการเปิดกว้างทางวิชาการต่อแนวคิดที่ท้าทายกระแสหลักของวัตถุนิยม

จริยศาสตร์และการให้ความสำคัญกับผู้อื่น

ในด้านจริยศาสตร์ เนเกลได้รับอิทธิพลจากแนวคิดของคานท์ (Kantian) โดยในผลงาน The Possibility of Altruism (1970) เขาพยายามพิสูจน์ว่า Altruism (การเห็นแก่ประโยชน์ของผู้อื่น) สามารถเกิดขึ้นได้ผ่านการใช้เหตุผลทางตรรกะ ไม่ใช่เพียงเพราะความสงสารหรืออารมณ์ชั่ววูบ

เขาเปรียบเทียบว่า เช่นเดียวกับที่เราให้ความสำคัญกับความต้องการของตัวเองในอนาคต (Prudential Reasoning) เราก็สามารถใช้เหตุผลเดียวกันนี้เพื่อยอมรับว่าความต้องการของผู้อื่นมีความสำคัญเท่าเทียมกับความต้องการของเรา

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ความเชี่ยวชาญ: โดดเด่นในด้านปรัชญาจิต, จริยศาสตร์, ปรัชญากฎหมาย และปรัชญาการเมือง
  • แนวคิดหลัก: คัดค้านการลดทอนจิตสำนึกให้เป็นเพียงเรื่องของสสาร (Anti-reductionism)
  • ผลงานชิ้นเอก: บทความ "What Is It Like to Be a Bat?" และหนังสือ "The View from Nowhere"
  • จุดยืนทางศาสนา: เป็นอเทวนิยม (Atheist) ที่เชื่อในเหตุผลและธรรมชาติ
  • รางวัลเกียรติยศ: ได้รับรางวัล Balzan Prize และ Rolf Schock Prize ในปี 2008
สรุปข้อมูลประวัติและผลงานของ Thomas Nagel
หัวข้อ รายละเอียด
การศึกษา Cornell (BA), Oxford (BPhil), Harvard (PhD)
อาจารย์ที่ปรึกษา John Rawls และ J. L. Austin
สถาบันที่เคยสังกัด UC Berkeley, Princeton, New York University
แนวคิดเด่น Subjective character of experience, Panpsychism
รางวัลสำคัญ Balzan Prize, Rolf Schock Prize, Nicholas Rescher Prize
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

คำถาม: "What Is It Like to Be a Bat?" ต้องการสื่ออะไร?

ต้องการชี้ให้เห็นว่า ประสบการณ์ทางจิต (Subjective Experience) มีลักษณะเฉพาะตัวที่วิทยาศาสตร์แบบวัตถุวิสัยไม่สามารถอธิบายได้ทั้งหมด เพราะการรู้ข้อมูลทางกายภาพของสมอง ไม่เท่ากับการรู้ว่า "ความรู้สึก" ของการเป็นสิ่งมีชีวิตนั้นเป็นอย่างไร

คำถาม: Thomas Nagel เชื่อในเรื่องพระเจ้าหรือไม่?

ไม่ เขาประกาศตัวเป็นอเทวนิยม (Atheist) และระบุว่าเขาไม่มีสัญชาตญาณในการรับรู้ถึงจุดมุ่งหมายของพระเจ้าในโลกนี้

คำถาม: แนวคิด "The View from Nowhere" คืออะไร?

คือการพยายามมองโลกจากมุมมองที่เป็นกลางที่สุด โดยปราศจากอคติหรือจุดยืนส่วนบุคคล ซึ่งเนเกลมองว่าแม้จะเป็นประโยชน์ในทางวิทยาศาสตร์ แต่ไม่สามารถใช้ทำความเข้าใจเรื่องของจิตใจซึ่งมีพื้นฐานมาจากอัตวิสัยได้

คำถาม: Nagel มีความเห็นอย่างไรต่อทฤษฎีวิวัฒนาการ?

เขาไม่ได้ปฏิเสธวิวัฒนาการ แต่เขาคัดค้านมุมมองแบบนีอดาร์วินที่เชื่อว่าจิตสำนึกเกิดขึ้นจากความบังเอิญทางวัตถุเพียงอย่างเดียว โดยเขาเสนอว่าจิตใจอาจเป็นส่วนประกอบพื้นฐานของธรรมชาติที่มีเป้าหมายในตัวเอง

คำถาม: ความสัมพันธ์ระหว่าง Nagel และ John Rawls เป็นอย่างไร?

Rawls เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาในระดับปริญญาเอกของเนเกล และเป็นผู้มีอิทธิพลอย่างมากต่อแนวคิดด้านปรัชญาการเมืองและจริยศาสตร์ของเขา โดยเนเกลยกย่องว่า Rawls เป็นนักปรัชญาการเมืองที่สำคัญที่สุดในศตวรรษที่ 20