Toby Ord นักปรัชญาผู้ขับเคลื่อนการกุศลเชิงประจักษ์และความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ของมนุษยชาติ
ในโลกที่เต็มไปด้วยปัญหาซับซ้อน Toby Ord (โทบี ออร์ด) นักปรัชญาชาวออสเตรเลีย ได้นำเสนอแนวคิดที่ท้าทายการให้แบบเดิมๆ โดยเขาไม่ได้มองเพียงแค่การบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น แต่เน้นการใช้เหตุผลและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพื่อให้การช่วยเหลือนั้นเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของขบวนการ Effective Altruism หรือ การกุศลเชิงประจักษ์ ที่มุ่งเน้นการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชีวิตเพื่อนมนุษย์ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

เส้นทางสู่โลกปรัชญาและการอุทิศตน
Toby Ord เกิดเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 1979 ที่เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ในช่วงเริ่มต้นของการศึกษาระดับปริญญาตรีที่ University of Melbourne เขาเลือกเรียนด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ แต่ด้วยความปรารถนาที่ต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับโลกอย่างเป็นรูปธรรม เขาจึงตัดสินใจเปลี่ยนมาศึกษาด้านปรัชญาเพื่อเจาะลึกเรื่องจริยธรรม
ต่อมา Ord ได้เดินทางไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด (University of Oxford) จนได้รับปริญญา B.Phil. และ D.Phil. โดยวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอกของเขาชื่อว่า Beyond Action: Applying Consequentialism to Decision Making and Motivation ซึ่งมุ่งเน้นเรื่อง Consequentialism หรือ ลัทธิผลลัพธ์นิยม (แนวคิดทางจริยธรรมที่ตัดสินความถูกต้องของการกระทำจากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น)
การก่อตั้ง Giving What We Can และการปฏิวัติการบริจาค
จากความตั้งใจที่จะบริจาครายได้ส่วนใหญ่ให้กับองค์กรการกุศลที่มีประสิทธิภาพสูงสุด Ord ได้ก่อตั้ง Giving What We Can ในปี 2009 ซึ่งเป็นสมาคมระดับนานาชาติที่สมาชิกให้คำมั่นสัญญาว่าจะบริจาครายได้ไม่น้อยกว่า 10% ให้กับองค์กรการกุศลที่ผ่านการวิจัยแล้วว่าสร้างประโยชน์ได้จริง
แนวคิดหลักขององค์กรนี้คือการชี้ให้เห็นว่า เงินจำนวนเท่ากันสามารถสร้างประโยชน์ได้แตกต่างกันมหาศาล โดย Ord ระบุว่าการเลือกบริจาคให้องค์กรที่ดีที่สุดอาจสร้างผลลัพธ์ได้มากกว่าเดิมถึง 100 เท่า ซึ่งจนถึงเดือนกรกฎาคม 2024 องค์กรนี้มีสมาชิกมากกว่า 9,000 คน และมียอดบริจาครวมสูงถึง 253 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับตัว Ord เอง เขาได้กำหนดเพดานรายได้ส่วนตัวไว้ที่ประมาณ 18,000 - 20,000 ปอนด์ต่อปี (ปรับตามอัตราเงินเฟ้อ) และบริจาครายได้ส่วนที่เกินจากนั้นทั้งหมดให้กับการกุศล โดยเขามีเป้าหมายที่จะบริจาครวมตลอดอาชีพการทำงานให้ได้ประมาณ 1 ล้านปอนด์
ความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์และอนาคตของมนุษยชาติ
นอกจากการกุศล Ord ยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน Existential Risk หรือ ความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ โดยเขาเคยดำรงตำแหน่งนักวิจัยอาวุโสที่ Future of Humanity Institute ของมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด เขาเชื่อว่าการขยายขอบเขตทางศีลธรรมไม่ควรจำกัดอยู่แค่ผู้คนในปัจจุบัน แต่ต้องครอบคลุมถึงมนุษย์ในอนาคตด้วย
แนวคิดนี้ถูกนำเสนออย่างละเอียดในหนังสือ The Precipice: Existential Risk and the Future of Humanity (ตีพิมพ์ปี 2020) ซึ่งวิเคราะห์ว่าทางเลือกของเราในวันนี้ส่งผลโดยตรงต่อการดำรงอยู่ของมนุษยชาติในระยะยาว นอกจากนี้เขายังมีส่วนร่วมในองค์กรอย่าง 80,000 Hours ที่ช่วยให้คำแนะนำด้านอาชีพเพื่อให้ผู้คนสามารถเลือกงานที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมได้สูงสุด
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| บทบาทหลัก | นักปรัชญา, ผู้ก่อตั้ง Giving What We Can, ผู้เชี่ยวชาญด้านความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ |
| การศึกษา | University of Melbourne, University of Oxford (B.Phil., D.Phil.) |
| แนวคิดสำคัญ | Longtermism (การมองการณ์ไกล), Effective Altruism, Consequentialism |
| ผลงานเด่น | หนังสือ The Precipice (2020) |
| เป้าหมายการบริจาค | บริจาครายได้ส่วนที่เกินเพดานที่กำหนด และตั้งเป้ารวม 1 ล้านปอนด์ |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- Giving What We Can: สมาชิกสัญญาบริจาครายได้ขั้นต่ำ 10% ให้การกุศลที่มีประสิทธิภาพ
- The Precipice: หนังสือที่วิเคราะห์ความเสี่ยงที่อาจทำให้มนุษยชาติสูญสิ้น
- Longtermism: ความเชื่อที่ว่าชีวิตของคนในอนาคตมีความสำคัญเท่ากับคนในปัจจุบัน
- 80,000 Hours: องค์กรวิจัยอาชีพที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมสูงสุด
- ความเชี่ยวชาญ: ครอบคลุมทั้งจริยธรรมเชิงบรรทัดฐาน (Normative Ethics) และจริยธรรมประยุกต์ (Practical Ethics)
คำถามที่พบบ่อย
Effective Altruism คืออะไร?
คือแนวทางการใช้เหตุผลและหลักฐานเชิงประจักษ์เพื่อค้นหาวิธีการช่วยเหลือผู้อื่นให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด โดยไม่ใช้เพียงความรู้สึก แต่ใช้การวิเคราะห์ว่าทรัพยากรที่มีอยู่จะสร้างประโยชน์ได้มากที่สุดอย่างไร
แนวคิด Longtermism ของ Toby Ord คืออะไร?
คือการขยายวงจรทางศีลธรรมให้ครอบคลุมถึงมนุษย์ในอนาคต โดยมองว่าการป้องกันความเสี่ยงที่อาจทำให้มนุษยชาติสูญพันธุ์เป็นเรื่องเร่งด่วน เพราะส่งผลต่อจำนวนชีวิตมหาศาลที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
Giving What We Can แตกต่างจากการบริจาคทั่วไปอย่างไร?
เน้นที่ ความคุ้มค่า (Cost-effectiveness) โดยสนับสนุนให้ผู้บริจาคเลือกองค์กรที่ผ่านการวิจัยแล้วว่าสามารถช่วยชีวิตคนหรือลดความทุกข์ได้มากกว่าองค์กรอื่นในจำนวนเงินที่เท่ากัน
Toby Ord มีความเห็นอย่างไรเรื่องรายได้และการบริจาค?
เขาเชื่อในการจำกัดรายได้ส่วนตัว (Income Cap) โดยกำหนดจำนวนเงินที่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต และนำเงินส่วนที่เหลือทั้งหมดบริจาคให้กับการกุศลเพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดแก่โลก
หนังสือ The Precipice กล่าวถึงเรื่องอะไร?
กล่าวถึงความเสี่ยงในระดับที่อาจนำไปสู่การล่มสลายของอารยธรรมมนุษย์หรือการสูญพันธุ์ โดยวิเคราะห์โอกาสที่จะเกิดขึ้นและแนวทางในการป้องกันเพื่อรักษาอนาคตของมนุษยชาติ