← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Tom Hooper ผู้กำกับเจ้าของรางวัลออสการ์กับเส้นทางศิลปะแห่งการเล่าเรื่อง

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Tom Hooper ผู้กำกับเจ้าของรางวัลออสการ์กับเส้นทางศิลปะแห่งการเล่าเรื่อง

Tom Hooper ผู้กำกับเจ้าของรางวัลออสการ์กับเส้นทางศิลปะแห่งการเล่าเรื่อง Tom Hooper เป็นผู้กำกับภาพยนตร์และโปรดิวเซอร์ชาวอังกฤษ-ออสเตรเลีย ผู้สร้างชื่อเสียงในระดับสากลผ่าน…

Tom Hooperผู้กำกับThe King's SpeechLes Misérables

Tom Hooper ผู้กำกับเจ้าของรางวัลออสการ์กับเส้นทางศิลปะแห่งการเล่าเรื่อง

Tom Hooper เป็นผู้กำกับภาพยนตร์และโปรดิวเซอร์ชาวอังกฤษ-ออสเตรเลีย ผู้สร้างชื่อเสียงในระดับสากลผ่านผลงานที่โดดเด่นทั้งในจอเงินและจอแก้ว เขาเป็นที่รู้จักในฐานะศิลปินผู้มีความสามารถในการถ่ายทอดอารมณ์ตัวละครอย่างลึกซึ้ง จนสามารถคว้ารางวัลอันทรงเกียรติมาครองมากมาย ไม่ว่าจะเป็น รางวัลออสการ์ (Academy Award), BAFTA และ Primetime Emmy Award

Content image

จุดเริ่มต้นและความหลงใหลในโลกภาพยนตร์

เส้นทางสายบันเทิงของ Hooper เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่สมัยวัยรุ่น โดยเขามีความสนใจในด้านการละครจากการสนับสนุนของครูที่โรงเรียน Highgate และเริ่มศึกษาการสร้างภาพยนตร์ด้วยตนเองผ่านหนังสือตั้งแต่อายุ 12 ปี เมื่ออายุ 13 ปี เขาได้สร้างภาพยนตร์สั้นเรื่องแรกชื่อ Runaway Dog โดยใช้กล้อง Bolex 16 มม. ซึ่งมีข้อจำกัดด้านความยาวของฟิล์มและไม่มีเสียง ทำให้เขาต้องเรียนรู้วิธีการจัดการทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ในช่วงวัย 14-16 ปี Hooper เริ่มสร้างผลงานที่ซับซ้อนขึ้น เช่น Bomber Jacket ซึ่งได้รับรางวัลรองชนะเลิศจากการประกวดของ BBC และ Countryside ที่นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับสงครามนิวเคลียร์ จนกระทั่งเขาสามารถผลิตภาพยนตร์สั้นระดับมืออาชีพเรื่องแรก Painted Faces ซึ่งออกอากาศทาง Channel 4 ในปี 1992 หลังจากที่เขาใช้เวลาสองปีในการระดมทุนและผลิตด้วยตนเองทุกขั้นตอน

Content image

การบ่มเพาะฝีมือจากงานโทรทัศน์สู่เวทีโลก

หลังจากสำเร็จการศึกษาด้านภาษาอังกฤษจาก University College, Oxford Hooper ได้สั่งสมประสบการณ์ผ่านการกำกับละครเวทีและโฆษณาทางโทรทัศน์ ก่อนจะก้าวเข้าสู่การกำกับซีรีส์ชื่อดังของอังกฤษ เช่น EastEnders และ Cold Feet ซึ่งทำให้เขาได้ฝึกฝนการทำงานที่รวดเร็วและเริ่มนำสไตล์การถ่ายทำแบบซีรีส์อเมริกันมาประยุกต์ใช้

ความสำเร็จของเขาเริ่มเด่นชัดขึ้นเมื่อได้กำกับละครย้อนยุคให้กับ BBC และผลงานชิ้นสำคัญกับ HBO อย่าง Elizabeth I ซึ่งส่งให้เขาได้รับรางวัล Primetime Emmy Award รวมถึงซีรีส์ฟอร์มยักษ์ John Adams ที่ใช้ทุนสร้างสูงถึง 100 ล้านดอลลาร์ และกวาดรางวัล Emmy ไปถึง 13 รางวัล

ผลงานภาพยนตร์ระดับมาสเตอร์พีซและจุดเปลี่ยน

Hooper เปิดตัวในฐานะผู้กำกับภาพยนตร์ยาวด้วยเรื่อง Red Dust (2004) และ The Damned United (2009) แต่ผลงานที่สร้างจุดสูงสุดให้กับอาชีพของเขาคือ The King's Speech (2010) ภาพยนตร์ดราม่าประวัติศาสตร์ที่ทำให้เขาคว้ารางวัล ผู้กำกับยอดเยี่ยมจากเวทีออสการ์

Content image

ต่อมาเขาได้ท้าทายความสามารถด้วยการกำกับภาพยนตร์มิวสิคัลฟอร์มยักษ์ Les Misérables (2012) ซึ่งมีความพิเศษคือการให้ตัวละครร้องเพลงสดหน้ากล้องเพื่อความสมจริงทางอารมณ์ และ The Danish Girl (2015) ที่ถ่ายทอดเรื่องราวการข้ามเพศในยุคแรกๆ ได้อย่างงดงาม

อย่างไรก็ตาม ในปี 2019 เขาได้กำกับภาพยนตร์เรื่อง Cats ซึ่งไม่ประสบความสำเร็จทั้งในด้านคำวิจารณ์และรายได้ จนทำให้เขาได้รับรางวัล Golden Raspberry (รางวัลภาพยนตร์ยอดแย่) ถึง 3 สาขา และนำไปสู่ช่วงพักงานกำกับภาพยนตร์ยาวเป็นเวลา 5 ปี เพื่อกลับไปทำงานโฆษณาให้กับแบรนด์ดัง เช่น McDonald's และ Vodafone ก่อนจะประกาศเตรียมกลับมาคืนจออีกครั้งในปี 2024

Content image

เอกลักษณ์และเทคนิคการกำกับสไตล์ Tom Hooper

Hooper มีวิธีการเล่าเรื่องผ่านมุมกล้องที่เป็นเอกลักษณ์ โดยเขามักจะใช้เทคนิคที่เรียกว่า Dutch Tilt (การเอียงมุมกล้อง) เพื่อสร้างความรู้สึกไม่มั่นคงหรือตึงเครียด และการจัดวางตัวละครไว้ที่ ขอบภาพ (Extreme Edge) เพื่อเน้นย้ำความโดดเดี่ยวหรือความอึดอัดของตัวละคร

นอกจากนี้ เขายังนิยมใช้เลนส์มุมกว้าง (Wide-angle lenses) ในระยะใกล้กับใบหน้าของนักแสดง เพื่อสร้างความบิดเบี้ยวเล็กน้อยที่ช่วยสื่อถึงความประหม่าและความกดดันทางจิตใจ ซึ่งเห็นได้ชัดในฉากสำคัญของ The King's Speech

Content image

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • สัญชาติ: บริติช-ออสเตรเลีย
  • ความสำเร็จสูงสุด: รางวัลออสการ์ สาขาผู้กำกับยอดเยี่ยม จาก The King's Speech
  • เทคนิคเด่น: การใช้ Dutch Tilt และการจัดวางตัวละครไว้ที่ขอบเฟรมภาพ
  • จุดเปลี่ยนสำคัญ: ความล้มเหลวของภาพยนตร์เรื่อง Cats นำไปสู่การพักงานกำกับภาพยนตร์ยาว 5 ปี
  • การศึกษา: จบการศึกษาจาก University College, Oxford
สรุปผลงานภาพยนตร์และซีรีส์ที่สำคัญของ Tom Hooper
ปีที่ออกฉาย ชื่อผลงาน ประเภท ความสำเร็จ/หมายเหตุ
2005 Elizabeth I มินิซีรีส์ (HBO) ชนะรางวัล Primetime Emmy Award
2008 John Adams มินิซีรีส์ (HBO) กวาด 13 รางวัล Emmy Awards
2010 The King's Speech ภาพยนตร์ ชนะรางวัลออสการ์ สาขาผู้กำกับยอดเยี่ยม
2012 Les Misérables ภาพยนตร์มิวสิคัล นักแสดงร้องเพลงสดหน้ากล้อง
2015 The Danish Girl ภาพยนตร์ดราม่า ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง BAFTA
2019 Cats ภาพยนตร์มิวสิคัล ไม่ประสบความสำเร็จทางคำวิจารณ์
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Tom Hooper มีเทคนิคการถ่ายทำที่โดดเด่นอย่างไร?

เขามักใช้การจัดวางตัวละครไว้ที่ขอบภาพ (Extreme Edge) และการเอียงมุมกล้อง (Dutch Tilt) รวมถึงการใช้เลนส์มุมกว้างในระยะใกล้ เพื่อสื่อสารสภาวะทางอารมณ์ ความตึงเครียด และความอึดอัดของตัวละคร

ผลงานเรื่องใดที่ทำให้เขาได้รับรางวัลออสการ์?

ภาพยนตร์เรื่อง The King's Speech (2010) ซึ่งเล่าเรื่องราวของพระเจ้าจอร์จที่ 6 กับการรักษาอาการพูดติดอ่าง ส่งผลให้เขาได้รับรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม

ทำไมภาพยนตร์เรื่อง Les Misérables ถึงมีความพิเศษในด้านการผลิต?

Hooper ตัดสินใจให้เหล่านักแสดงร้องเพลงสดขณะถ่ายทำ แทนการลิปซิงค์เสียงที่บันทึกไว้ล่วงหน้า เพื่อให้นักแสดงสามารถควบคุมอารมณ์และจังหวะการร้องได้อย่างเป็นธรรมชาติที่สุด

เกิดอะไรขึ้นกับเขาหลังจากกำกับภาพยนตร์เรื่อง Cats?

ภาพยนตร์เรื่อง Cats ประสบความล้มเหลวอย่างหนักทั้งด้านรายได้และคำวิจารณ์ รวมถึงมีกระแสข่าวเกี่ยวกับความขัดแย้งกับทีม Visual Effects (VFX) ทำให้เขาพักการกำกับภาพยนตร์ยาวไป 5 ปี และหันไปกำกับงานโฆษณาแทน

Tom Hooper เริ่มต้นอาชีพผู้กำกับได้อย่างไร?

เขาเริ่มสร้างภาพยนตร์สั้นตั้งแต่อายุ 13 ปี และพัฒนาฝีมือผ่านการกำกับละครเวทีที่มหาวิทยาลัย Oxford ก่อนจะเข้าสู่สายงานโทรทัศน์โดยการกำกับซีรีส์และละครย้อนยุคให้กับ BBC และ ITV

Tom Hooper ผู้กำกับเจ้าของรางวัลออสการ์กับเส้นทางศิลปะแห่งการเล่าเรื่อง | hmn.in.th