Tomislav Nikolić เส้นทางจากนักการเมืองขวาจัดสู่ประธานาธิบดีแห่งเซอร์เบีย
Tomislav Nikolić (โทมิสลาฟ นิโคลิตช์) เป็นบุคคลสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองของเซอร์เบีย โดยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีระหว่างปี 2012 ถึง 2017 เส้นทางชีวิตของเขาเต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ จากการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองขวาจัดที่ยึดมั่นในชาตินิยมสุดโต่ง สู่การเป็นผู้นำประเทศที่พยายามปรับทิศทางนโยบายเพื่อนำพาเซอร์เบียเข้าสู่สหภาพยุโรป

จุดเริ่มต้นและชีวิตในวัยเยาว์
นิโคลิตช์เกิดเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 1952 ที่เมืองครากูเยวัค (Kragujevac) ในครอบครัวที่เรียบง่าย โดยมีบิดาเป็นแรงงานและมารดาเป็นแม่บ้าน ในช่วงวัยรุ่นเขาเคยฝึกฝนด้านกรีฑาและจบการศึกษาจากโรงเรียนเทคนิคในบ้านเกิด
ก่อนจะเข้าสู่เส้นทางการเมือง นิโคลิตช์ผ่านประสบการณ์การทำงานที่หลากหลาย เริ่มตั้งแต่การเป็นผู้ดูแลสุสาน จากนั้นจึงย้ายไปทำงานในบริษัทก่อสร้าง "Žegrap" และก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าแผนกการลงทุนและบำรุงรักษาของบริษัท "22 December" รวมถึงเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของบริษัทบริการสาธารณะในเมืองครากูเยวัคด้วย
บทบาทในพรรค Serbian Radical Party (SRS)
นิโคลิตช์เริ่มต้นอาชีพการเมืองในฐานะรองประธานพรรค People's Radical Party ก่อนจะร่วมก่อตั้ง Serbian Radical Party (SRS) ซึ่งเป็นพรรคที่มีแนวคิดชาตินิยมรุนแรงและถูกมองว่ามีความเชื่อมโยงกับกลุ่ม Chetniks (กลุ่มเคลื่อนไหวทางทหารในสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่มีทั้งการต่อต้านฝ่ายอักษะและการร่วมมือในบางช่วงเวลา)
ในช่วงปี 1991 เขาได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างต่อเนื่อง และเคยดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีของเซอร์เบีย (1998-1999) และรองนายกรัฐมนตรีของสหพันธ์สาธารณรัฐยูโกสลาเวีย (1999-2000) นอกจากนี้เขายังเคยดำรงตำแหน่งประธานสภาแห่งชาติเซอร์เบียในช่วงสั้นๆ ในปี 2007

การพลิกบทบาทและการก่อตั้งพรรค SNS
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2008 เมื่อนิโคลิตช์มีความเห็นขัดแย้งกับ Vojislav Šešelj ผู้นำพรรค SRS ในเรื่องความสัมพันธ์กับสหภาพยุโรป (EU) โดยนิโคลิตช์เริ่มสนับสนุนให้เซอร์เบียเข้าเป็นสมาชิก EU ซึ่งขัดกับแนวทางของพรรคเดิมอย่างสิ้นเชิง
เหตุการณ์นี้ส่งผลให้เขาลาออกจากพรรค SRS และก่อตั้ง Serbian Progressive Party (SNS) ซึ่งเป็นพรรคที่เน้นประเด็นทางเศรษฐกิจและสังคม เช่น ปัญหาความยากจนและการว่างงาน แทนที่การใช้ลัทธิชาตินิยมที่รุนแรง

เส้นทางสู่ตำแหน่งประธานาธิบดี
นิโคลิตช์ผ่านการชิงตำแหน่งประธานาธิบดีหลายครั้ง ทั้งในระดับยูโกสลาเวียและเซอร์เบีย แม้จะเคยพ่ายแพ้ให้กับ Boris Tadić ในปี 2004 และ 2008 แต่ในที่สุดเขาก็สามารถคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งรอบตัดสินปี 2012 และเข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งเซอร์เบียในวันที่ 31 พฤษภาคม 2012
ในช่วงการหาเสียง เขาใช้สโลแกน "Let's Get Serbia Moving" (มาขับเคลื่อนเซอร์เบียกันเถอะ) และหลังจากได้รับตำแหน่ง เขาได้ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค SNS เพื่อแสดงเจตจำนงในการเป็นประธานาธิบดีของประชาชนทุกคน

วาระการดำรงตำแหน่งและประเด็นถกเถียง
การบริหารงานของนิโคลิตช์เต็มไปด้วยความท้าทาย โดยเฉพาะประเด็นความขัดแย้งในภูมิภาคบอลข่าน เขาเคยถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากการปฏิเสธว่าเหตุการณ์สังหารหมู่ที่สเรเบรนิตซา (Srebrenica) ไม่ใช่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ แม้ภายหลังในปี 2013 เขาจะกล่าวขอโทษสำหรับอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในนามของเซอร์เบียก็ตาม
นอกจากนี้ เขายังถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโทที่ถูกกล่าวหาว่าได้มาโดยไม่ผ่านการเรียนการสอนจริง รวมถึงการให้สัมภาษณ์ที่ถูกมองว่าเหยียดเพศและมีแนวคิดทางเชื้อชาติที่รุนแรงในบางโอกาส

ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ตำแหน่งสูงสุด: ประธานาธิบดีแห่งเซอร์เบีย (2012–2017)
- พรรคการเมือง: เคยสังกัด NRS, SRS และเป็นผู้ก่อตั้ง SNS
- จุดเปลี่ยนสำคัญ: ลาออกจากพรรค SRS ในปี 2008 เพื่อสนับสนุนการเข้าเป็นสมาชิก EU ของเซอร์เบีย
- ผลงานด้านวรรณกรรม: เขียนหนังสือรวมทั้งหมด 13 เล่ม เกี่ยวกับการเมืองและประสบการณ์ในสภา
- การส่งต่ออำนาจ: ประกาศไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งต่อในปี 2017 และสนับสนุน Aleksandar Vučić
| ช่วงปี (ค.ศ.) | ตำแหน่ง | หน่วยงาน/ประเทศ |
|---|---|---|
| 1998 – 1999 | รองนายกรัฐมนตรี | เซอร์เบีย |
| 1999 – 2000 | รองนายกรัฐมนตรี | สหพันธ์สาธารณรัฐยูโกสลาเวีย |
| 2007 | ประธานสภาแห่งชาติ | เซอร์เบีย |
| 2012 – 2017 | ประธานาธิบดี | เซอร์เบีย |
คำถามที่พบบ่อย
Tomislav Nikolić มีความสัมพันธ์อย่างไรกับพรรค SNS?
เขาเป็นผู้ก่อตั้งพรรค Serbian Progressive Party (SNS) ในปี 2008 หลังจากแยกตัวออกมาจากพรรค Serbian Radical Party (SRS) เนื่องจากความเห็นที่แตกต่างกันเรื่องการนำเซอร์เบียเข้าสู่สหภาพยุโรป
ทำไมเขาถึงลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค SNS หลังจากเป็นประธานาธิบดี?
นิโคลิตช์ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคและสมาชิกพรรคในเดือนพฤษภาคม 2012 โดยให้เหตุผลว่าต้องการทำหน้าที่เป็นประธานาธิบดีที่เป็นตัวแทนของพลเมืองเซอร์เบียทุกคน ไม่ใช่เพียงสมาชิกพรรคใดพรรคหนึ่ง
ประเด็นความขัดแย้งเรื่อง Srebrenica คืออะไร?
เขาถูกวิจารณ์อย่างรุนแรงจากการกล่าวว่าเหตุการณ์ที่สเรเบรนิตซาไม่ใช่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ (Genocide) แต่เป็นอาชญากรรมสงคราม ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับผู้รอดชีวิตและนานาชาติ รวมถึงสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป
เขามีผลงานด้านอื่นนอกจากการเมืองหรือไม่?
เขามีผลงานการเขียนหนังสือถึง 13 เล่ม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับการเมือง การทำงานในสภา และมุมมองต่อเหตุการณ์ต่างๆ ในเซอร์เบีย
ใครคือผู้สืบทอดตำแหน่งประธานาธิบดีต่อจากเขา?
Aleksandar Vučić เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งประธานาธิบดีต่อจากเขา หลังจากที่นิโคลิตช์ประกาศไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งอีกสมัยในปี 2017