← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
วาดิม คราสโนเซลสกี ประธานาธิบดีแห่งทรานสนิสเตรียและแนวคิดราชาธิปไตย

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

วาดิม คราสโนเซลสกี ประธานาธิบดีแห่งทรานสนิสเตรียและแนวคิดราชาธิปไตย

วาดิม คราสโนเซลสกี ผู้นำผู้ผลักดันอัตลักษณ์รัสเซียในทรานสนิสเตรีย วาดิม คราสโนเซลสกี (Vadim Krasnoselsky) คือนักการเมืองผู้ทรงอิทธิพลและดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 3 ของ…

วาดิม คราสโนเซลสกีทรานสนิสเตรียประธานาธิบดีทรานสนิสเตรียการเมืองทรานสนิสเตรีย

วาดิม คราสโนเซลสกี ผู้นำผู้ผลักดันอัตลักษณ์รัสเซียในทรานสนิสเตรีย

วาดิม คราสโนเซลสกี (Vadim Krasnoselsky) คือนักการเมืองผู้ทรงอิทธิพลและดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 3 ของ ทรานสนิสเตรีย (Transnistria) หรือสาธารณรัฐมอลโดวารัสเซีย ซึ่งเป็นดินแดนที่แยกตัวออกมาจากมอลโดวา โดยเขาเข้าดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2016 และยังคงบริหารประเทศจนถึงปัจจุบัน

Content image

เส้นทางชีวิตจากครอบครัวทหารสู่จุดสูงสุดทางการเมือง

คราสโนเซลสกีเกิดเมื่อวันที่ 14 เมษายน 1970 ณ หมู่บ้านดาวริยา ในสหภาพโซเวียต (ปัจจุบันคือเขตซาไบคาลสกี ประเทศรัสเซีย) เขาเติบโตมาในครอบครัวทหาร โดยบิดาของเขาถูกย้ายไปประจำการที่เมืองเบนเดอร์ ในสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตมอลโดวาในปี 1978 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาผูกพันกับดินแดนแห่งนี้

ด้านการศึกษา เขาเริ่มต้นเรียนที่เมืองโอเดสซาก่อนจะย้ายไปเข้าเรียนที่โรงเรียนวิศวกรรมการบินทหารในเมืองคาร์คิฟ และสำเร็จการศึกษาในปี 1993 อย่างไรก็ตาม เขาตัดสินใจปฏิเสธการสาบานตนต่อประเทศยูเครนที่เพิ่งประกาศเอกราช และเลือกเข้าร่วมกับกองกำลังความมั่นคงของทรานสนิสเตรียแทน นอกจากนี้เขายังได้ศึกษาต่อด้านกฎหมายจนจบปริญญาจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐทรานสนิสเตรียในปี 2002

Content image

ประสบการณ์การทำงานในสายความมั่นคงและบริหาร

ก่อนจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธานาธิบดี คราสโนเซลสกีมีบทบาทสำคัญในหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย โดยเคยดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าแผนกต่อต้านการทุจริตของตำรวจเมืองเบนเดอร์ และก้าวขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยคนที่ 7 ระหว่างปี 2007 ถึง 2012 หลังจากนั้นเขาได้ผันตัวเข้าสู่ภาคธุรกิจในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารของ SZAO Interdnestrcom ก่อนจะกลับเข้าสู่เส้นทางการเมืองอีกครั้งในฐานะประธานสภาสูงสุด (Speaker of the Supreme Council) ในปี 2015

การก้าวขึ้นสู่อำนาจและการบริหารประเทศ

ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2016 คราสโนเซลสกีได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้นด้วยคะแนนเสียง 62% โดยได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่อย่าง Sheriff ทำให้เขาสามารถเอาชนะประธานาธิบดีคนก่อนอย่าง เยฟเกนี เชฟชุก ได้สำเร็จ

ตลอดวาระการดำรงตำแหน่ง เขาได้ดำเนินนโยบายที่เน้นการพัฒนาเมืองให้สวยงาม (Greening) ผ่านการสร้างสวนสาธารณะและจัตุรัสใหม่ๆ รวมถึงการเปลี่ยนชื่อสถานที่ต่างๆ จากยุคคอมมิวนิสต์ให้กลับไปใช้ชื่อดั้งเดิมในยุคจักรวรรดิรัสเซีย เพื่อสะท้อนถึงรากเหง้าทางประวัติศาสตร์ที่เขาให้ความสำคัญ

Content image

การปฏิรูปกองทัพและยุทธศาสตร์ความมั่นคง

คราสโนเซลสกีได้นำการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญมาสู่กองทัพทรานสนิสเตรีย โดยปรับเปลี่ยนระบบการเกณฑ์ทหารให้เป็นแบบ "วันทำงาน" (Workday regime) คือให้ทหารเข้าเวรตอนเช้าและกลับบ้านตอนเย็น เพื่อลดปัญหาการใช้ความรุนแรงในกองทัพ (Hazing) พร้อมทั้งสนับสนุนให้ทหารที่กำลังศึกษาในระดับอุดมศึกษาสามารถเรียนทางไกลได้ เพื่อให้การศึกษามีความต่อเนื่อง

อุดมการณ์ทางการเมืองและมุมมองทางวัฒนธรรม

สิ่งที่ทำให้วาดิม คราสโนเซลสกี โดดเด่นคือการประกาศตัวเป็น Constitutional Monarchist หรือผู้สนับสนุนระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ โดยเขามองว่าจักรวรรดิรัสเซียเป็นต้นแบบที่เหมาะสม และวิพากษ์วิจารณ์การปฏิวัติสังคมนิยมปี 1917 ว่าเป็น "หายนะ"

เขาพยายามลบภาพจำของทรานสนิสเตรียที่ถูกมองว่าเป็นเพียง "เศษเสี้ยวของสหภาพโซเวียต" โดยการรื้อถอนอนุสาวรีย์เลนินในบางจุด และผลักดันให้มีการสร้างอนุสาวรีย์ผู้นำในยุคจักรวรรดิรัสเซีย เช่น จักรพรรดิอเล็กซานเดอร์ที่ 3 และนายกรัฐมนตรีปิออตร์ สโตลีปิน แทน

Content image

นอกจากนี้ เขายังแสดงจุดยืนชัดเจนในการสนับสนุนให้ทรานสนิสเตรียเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย และยึดมั่นในคุณค่าดั้งเดิม เช่น การสนับสนุนว่าการแต่งงานที่ถูกต้องตามประเพณีต้องเป็นระหว่างชายและหญิงเท่านั้น

ข้อโต้แย้งและประเด็นวิพากษ์วิจารณ์

ด้วยจุดยืนที่ต่อต้านคอมมิวนิสต์อย่างรุนแรง ทำให้เขาถูกวิพากษ์วิจารณ์จากพรรคคอมมิวนิสต์ทั้งในทรานสนิสเตรียและรัสเซีย นอกจากนี้เขายังเผชิญกับข้อพิพาทระหว่างประเทศ เช่น กรณีการเคลื่อนย้ายป้ายหลุมศพทหารโรมาเนียในสุสานทหาร และการถูกสั่งห้ามเข้าสหภาพยุโรป (EU) รวมถึงการถูกเรียกร้องให้ถอนสัญชาติยูเครนจากนักการเมืองโรมาเนีย

Content image
สรุปข้อมูลสำคัญของ วาดิม คราสโนเซลสกี
หัวข้อ รายละเอียด
ตำแหน่งปัจจุบัน ประธานาธิบดีคนที่ 3 ของทรานสนิสเตรีย (ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ 2016)
การศึกษา วิศวกรรมการบินทหาร (คาร์คิฟ) และ นิติศาสตร์ (มหาวิทยาลัยแห่งรัฐทรานสนิสเตรีย)
อุดมการณ์ทางการเมือง ราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ, ต่อต้านคอมมิวนิสต์, สนับสนุนรัสเซีย
ผลงานเด่น ปฏิรูประบบการเกณฑ์ทหาร, พัฒนาพื้นที่สีเขียวในเมือง, ฟื้นฟูวัฒนธรรมยุคจักรวรรดิ
สถานะสัญชาติ ทรานสนิสเตรีย, รัสเซีย และยูเครน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • การก้าวสู่อำนาจ: ชนะการเลือกตั้งปี 2016 ด้วยคะแนน 62% โดยมีกลุ่มธุรกิจ Sheriff สนับสนุน
  • จุดยืนทางประวัติศาสตร์: มองว่าการปฏิวัติบอลเชวิคคือการทรยศ และสนับสนุนการรำลึกถึงราชวงศ์โรมานอฟ
  • การทหาร: ดำรงยศพลตรี (Major General) และเคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
  • ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ: มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัสเซีย แต่มีความขัดแย้งกับมอลโดวาและโรมาเนีย
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

วาดิม คราสโนเซลสกี มีความสัมพันธ์อย่างไรกับรัสเซีย?

เขามีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดมาก ทั้งในด้านสัญชาติและอุดมการณ์ โดยเขาประกาศสนับสนุนให้ทรานสนิสเตรียรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสหพันธรัฐรัสเซียอย่างเปิดเผย

ทำไมเขาถึงถูกวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มคอมมิวนิสต์?

เนื่องจากเขามีนโยบายลบสัญลักษณ์ของสหภาพโซเวียตออก และเปลี่ยนชื่อสถานที่ต่างๆ ให้กลับไปเป็นชื่อในยุคจักรวรรดิรัสเซีย รวมถึงการเรียกการปฏิวัติสังคมนิยมว่าเป็หายนะ

การปฏิรูปกองทัพในสมัยของเขามีอะไรบ้าง?

เขาเปลี่ยนระบบการรับใช้ชาติให้เป็นแบบเข้า-ออกรายวัน เพื่อลดปัญหาการกลั่นแกล้งกันในกองทัพ และอนุญาตให้ทหารที่เรียนมหาวิทยาลัยสามารถเรียนทางไกลได้

เขามีความขัดแย้งกับประเทศใดบ้าง?

เขามีความขัดแย้งหลักกับมอลโดวาและโรมาเนีย โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องสิทธิในดินแดน และกรณีข้อพิพาทเกี่ยวกับสุสานทหารโรมาเนีย

วาดิม คราสโนเซลสกี มีความเชื่อทางการเมืองแบบใด?

เขาเป็นผู้สนับสนุนระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ (Constitutional Monarchist) โดยยึดถือประสบการณ์จากจักรวรรดิรัสเซียเป็นบรรทัดฐาน