Valerie van Heest นักสำรวจและผู้เชี่ยวชาญด้านซากเรือจมแห่งเกรตเลกส์
Valerie van Heest คือบุคคลสำคัญในวงการสำรวจใต้น้ำและประวัติศาสตร์ทางทะเลของสหรัฐอเมริกา เธอเป็นทั้งนักเขียน นักสำรวจ และนักออกแบบนิทรรศการพิพิธภัณฑ์ ผู้ทุ่มเทชีวิตให้กับการค้นหาและอนุรักษ์เรื่องราวของซากเรือที่จมอยู่ใต้ผืนน้ำของ Great Lakes (กลุ่มทะเลสาบขนาดใหญ่ในอเมริกาเหนือ) โดยเฉพาะในทะเลสาบมิชิแกน
เส้นทางสู่โลกใต้น้ำและแรงบันดาลใจจากครอบครัว
จุดเริ่มต้นความหลงใหลในการดำน้ำของ Valerie เกิดขึ้นจากครอบครัว โดยคุณพ่อของเธอ Robert V. Olson เคยเป็นนักดำน้ำในหน่วยทำลายใต้น้ำ (Underwater Demolition Team) ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนการก่อตั้งบริษัทผลิตอุปกรณ์ดำน้ำ Scuba ชื่อดังอย่าง Davison Corporation ซึ่งทำให้ Valerie ได้เริ่มทำงานในโรงงานผลิตอุปกรณ์ดำน้ำตั้งแต่อายุ 16 ปี และได้รับการฝึกฝนจนเป็นนักดำน้ำที่ได้รับการรับรอง
ในด้านการศึกษา เธอสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีด้านการออกแบบภายใน (Interior Design) จาก Loyola University และ Harrington College of Design ในชิคาโก ซึ่งทักษะด้านการออกแบบนี้เองที่ต่อมาได้กลายเป็นรากฐานสำคัญในการทำงานออกแบบนิทรรศการพิพิธภัณฑ์ร่วมกับ William Lafferty ในนามบริษัท Lafferty van Heest and Associates
บทบาทผู้นำด้านโบราณคดีใต้น้ำและการอนุรักษ์
Valerie เริ่มสร้างชื่อเสียงในชิคาโกผ่านกลุ่มดำน้ำของพิพิธภัณฑ์ทางทะเลชิคาโก และได้ร่วมก่อตั้ง Underwater Archaeological Society of Chicago (สมาคมโบราณคดีใต้น้ำแห่งชิคาโก) โดยดำรงตำแหน่งประธานยาวนานถึง 8 ปี ในช่วงเวลานี้เธอได้นำทีมสำรวจซากเรือจมมากกว่า 12 ลำ และมีบทบาทสำคัญในการให้การเป็นพยานในคดีเรือ Lady Elgin จากการสำรวจพื้นที่ซากเรือบนพื้นทะเลสาบ
เมื่อย้ายมาอยู่ที่เมืองฮอลแลนด์ รัฐมิชิแกน เธอได้ผลักดันให้เกิดการจัดตั้ง Southwest Michigan Underwater Preserve ซึ่งได้รับการอนุมัติจากรัฐมิชิแกนในปี 2000 ให้เป็นเขตอนุรักษ์ใต้น้ำแห่งที่ 10 ของรัฐ
การก่อตั้ง Michigan Shipwreck Research Association (MSRA)
เพื่อยกระดับการศึกษาประวัติศาสตร์ทางทะเล Valerie พร้อมด้วยสามี (Jack van Heest) และคณะผู้ร่วมก่อตั้ง ได้จัดตั้ง Michigan Shipwreck Research Association หรือ MSRA ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่มีพันธกิจในการค้นหา บันทึก และตีความประวัติศาสตร์ของซากเรือและเครื่องบินที่จมอยู่ในทะเลสาบมิชิแกน โดยใช้เทคโนโลยี Side-scan sonar (โซนาร์สแกนด้านข้าง ซึ่งเป็นอุปกรณ์ส่งคลื่นเสียงเพื่อสร้างภาพจำลองพื้นผิวใต้น้ำ) ในการสำรวจ
ภายใต้การนำของเธอ MSRA ได้ค้นพบซากเรือสำคัญหลายลำ เช่น SS Michigan, H.C. Akeley และ William Tell พร้อมทั้งจัดงานสัมมนาประจำปีเพื่อเผยแพร่ความรู้แก่สาธารณชน
ผลงานการเขียนและรางวัลเกียรติยศ
Valerie เริ่มเขียนหนังสือเล่มแรกในปี 2005 โดยได้รับแรงบันดาลใจจากการค้นพบเรือ S.S. Michigan เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวให้ลูกสาวของเธอผ่านหนังสือสำหรับเยาวชน จากนั้นเธอได้ขยายผลงานสู่หนังสือสารคดีประวัติศาสตร์หลายเล่ม รวมถึง Fatal Crossing ที่เล่าถึงโศกนาฏกรรมเครื่องบิน NWA Flight 2501 ซึ่งได้รับคำแนะนำให้เขียนโดย Clive Cussler นักเขียนชื่อดัง
ด้วยความทุ่มเท เธอจึงได้รับรางวัลการันตีมากมาย เช่น การได้รับเลือกเข้าสู่ Women Divers Hall of Fame ในปี 2006, รางวัล State History Award จากสมาคมประวัติศาสตร์มิชิแกน และรางวัล Joyce S. Hayward Award สำหรับการตีความประวัติศาสตร์ทางทะเล
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- บทบาทหลัก: ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้อำนวยการ MSRA, นักเขียน, และนักออกแบบนิทรรศการ
- ความเชี่ยวชาญ: การสำรวจซากเรือจมใน Great Lakes และการใช้โซนาร์ใต้น้ำ
- ผลงานเด่น: หนังสือ Icebound! และ Fatal Crossing รวมถึงสารคดีใต้น้ำหลายเรื่อง
- เกียรติประวัติ: ได้รับการบรรจุในหอเกียรติยศนักดำน้ำหญิง (Women Divers Hall of Fame)
| ชื่อหนังสือ | ปีที่พิมพ์ | รางวัลที่ได้รับ |
|---|---|---|
| Icebound! The Adventures of Young George Sheldon and the SS Michigan | 2008 | Michigan State History Award (2009) |
| Buckets and Belts: Evolution of the Great Lakes Self-Unloader | 2009 | Michigan State History Award (2009) |
| Lost on the Lady Elgin | 2010 | INDIE New Generation Award (อันดับ 1) |
| Fatal Crossing: The Mysterious Disappearance of NWA Flight 2501 | 2013 | IPPY Award (2014) |
| Big Red Lighthouse | 2024 | - |
คำถามที่พบบ่อย
Valerie van Heest มีบทบาทอย่างไรใน MSRA?
เธอเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการร่วม โดยนำทีมสำรวจซากเรือและเครื่องบินจมในทะเลสาบมิชิแกน พร้อมทั้งจัดทำสื่อการเรียนรู้และนิทรรศการเพื่ออนุรักษ์ประวัติศาสตร์ทางทะเล
แรงบันดาลใจในการเขียนหนังสือของเธอมาจากไหน?
แรงบันดาลใจส่วนใหญ่มาจากการค้นพบซากเรือจริงในระหว่างการสำรวจ เช่น การค้นพบ S.S. Michigan ที่นำไปสู่การเขียนหนังสือสำหรับเด็ก และการทำงานร่วมกับ Clive Cussler ในการค้นหาเครื่องบินที่หายสาบสูญ
เทคโนโลยีใดที่เธอใช้ในการค้นหาซากเรือ?
เธอและทีมงาน MSRA ใช้ Side-scan sonar ซึ่งเป็นเทคโนโลยีส่งคลื่นเสียงเพื่อสร้างภาพแผนที่พื้นผิวใต้น้ำ ทำให้สามารถระบุตำแหน่งของซากเรือหรือวัตถุแปลกปลอมบนพื้นทะเลสาบได้อย่างแม่นยำ
เธอได้รับรางวัลอะไรที่โดดเด่นที่สุด?
รางวัลที่โดดเด่น ได้แก่ การได้รับเลือกเข้าสู่ Women Divers Hall of Fame ในปี 2006 และรางวัล State History Award จาก Historical Society of Michigan ซึ่งสะท้อนถึงการอุทิศตนเพื่อมรดกทางทะเลของรัฐมิชิแกน