Vasilis Hatzipanagis ตำนาน 'มาราโดนาแห่งกรีซ' ผู้ถูกจองจำด้วยสัญญา
ในโลกของฟุตบอล มีนักเตะบางคนที่พรสวรรค์สูงส่งจนถูกเปรียบเทียบกับระดับโลก แต่กลับไม่ได้รับโอกาสในการก้าวไปสู่จุดสูงสุดของอาชีพอย่างที่ควรจะเป็น Vasilis Hatzipanagis คือหนึ่งในนั้น เขาคือนักเตะชาวกรีกที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ จนได้รับฉายาว่า "The Greek Maradona" ด้วยทักษะการเลี้ยงบอลที่เหนือชั้นและการสร้างสรรค์เกมที่น่าทึ่ง

จุดเริ่มต้นจากดินแดนโซเวียตสู่เส้นทางอาชีพ
Hatzipanagis เกิดเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 1954 ณ เมืองทาชเคนต์ สาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตอุซเบกิสถาน โดยเป็นบุตรของผู้อพยพทางการเมืองชาวกรีก พรสวรรค์ของเขาถูกค้นพบโดยสโมสร Pakhtakor Tashkent ซึ่งมองเห็นศักยภาพที่ยอดเยี่ยมในตัวเด็กหนุ่มคนนี้ อย่างไรก็ตาม กฎระเบียบที่เข้มงวดในขณะนั้นบังคับให้เขาต้องขอสัญชาติโซเวียตเพื่อที่จะสามารถลงเล่นในลีกสูงสุดได้
เขาเริ่มต้นอาชีพนักเตะระดับอาชีพตั้งแต่อายุ 17 ปี โดยลงสนามให้ Pakhtakor Tashkent ไปทั้งหมด 96 นัด ทำได้ 22 ประตู และเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้ทีมเลื่อนชั้นจาก Soviet First League ขึ้นสู่ Soviet Supreme League ได้สำเร็จในปี 1972
การย้ายสู่กรีซและพันธนาการที่ไม่อาจหลุดพ้น
ในปี 1975 Hatzipanagis ตัดสินใจย้ายกลับสู่แผ่นดินเกิดของบรรพบุรุษเพื่อร่วมทีม Iraklis ในเมืองเทสซาโลนิกิ ชื่อเสียงของเขาโด่งดังมากจนทำให้แฟนบอลแห่กันเข้ามาจนเต็มสนามตั้งแต่นัดแรกที่เขาลงสนามในเดือนธันวาคมปีนั้น
แม้ว่าเขาจะมีทักษะที่ดึงดูดความสนใจจากสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรปอย่าง Arsenal, Lazio, Porto และ Stuttgart แต่โชคร้ายที่สัญญาที่เขาทำไว้กับ Iraklis นั้นเสียเปรียบอย่างมากและเอื้อประโยชน์ให้สโมสรเพียงฝ่ายเดียว ประกอบกับบอร์ดบริหารของทีมเกรงว่าการขายนักเตะขวัญใจมหาชนจะสร้างความไม่พอใจให้กับแฟนบอล ทำให้เขาต้องค้าแข้งกับ Iraklis ยาวนานจนถึงปี 1990 โดยนัดสุดท้ายของเขากับทีมคือการพบกับ Valencia ในศึก UEFA Cup
ประสบการณ์ชั่วคราวในแคนาดา
ในช่วงฤดูร้อนปี 1980 Hatzipanagis ได้มีโอกาสออกไปสัมผัสประสบการณ์ต่างแดนด้วยการยืมตัวไปเล่นให้กับ Toronto Panhellenic ใน National Soccer League ของแคนาดา ซึ่งเขาสามารถพาทีมคว้าชัยชนะในรอบเพลย์ออฟของลีกได้สำเร็จ
เส้นทางในนามทีมชาติที่เต็มไปด้วยอุปสรรค
ในด้านทีมชาติ Hatzipanagis เคยถูกเรียกตัวติดทีมชาติโซเวียตชุด U19 และต่อมาได้เล่นให้ทีมโอลิมปิกของโซเวียต โดยทำประตูได้ทันทีในนัดเปิดตัวที่ชนะยูโกสลาเวีย 3-0 แม้ว่าโค้ช Konstantin Beskov จะเคยกล่าวว่าความสามารถของเขานั้น "สูงเกินระดับของทีมชาติกรีซ" แต่เขาก็เลือกที่จะหันหลังให้ลีกโซเวียตเพื่อกลับมาเล่นให้ประเทศกรีซ
เขาลงเล่นนัดแรกให้ทีมชาติกรีซในเกมกระชับมิตรกับโปแลนด์เมื่อเดือนพฤษภาคม 1976 ซึ่งสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ชมอย่างมาก ทว่าหลังจากนั้นเขากลับถูกแจ้งว่าไม่มีสิทธิ์ลงเล่นในนามทีมชาติเนื่องจากเคยเล่นให้สหภาพโซเวียตมาก่อน เขาจึงไม่มีโอกาสรับใช้ชาติอีกเลยจนกระทั่งปี 1999 ซึ่งเขาได้รับเกียรติให้ลงเล่น 20 นาทีสุดท้ายในเกมพบกับกานา เพื่อเป็นการยกย่องคุณูปการที่มีต่อวงการฟุตบอลกรีซ
สไตล์การเล่นและมรดกทางฟุตบอล
ในตำแหน่งกองกลางตัวรุก Hatzipanagis มีสไตล์การเล่นที่พริ้วไหวจนได้รับฉายาว่า "Nureyev แห่งโลกฟุตบอล" (เปรียบเปรยกับนักเต้นบัลเลต์ชื่อดัง) เขาเคยให้สัมภาษณ์ว่าความปรารถนาเดียวของเขาเมื่อเผชิญหน้ากับกองหลังคือการเลี้ยงบอลผ่านทุกคนให้ได้
ความสามารถของเขาเป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยในปี 1984 เขาได้รับเชิญให้เข้าร่วมทีม World XI เพื่อลงแข่งขันกับ New York Cosmos ร่วมกับตำนานอย่าง Franz Beckenbauer และ Kevin Keegan นอกจากนี้ ในปี 2003 สหพันธ์ฟุตบอลกรีซยังได้ประกาศให้เขาเป็น Golden Player ของกรีซในรอบ 50 ปี เพื่อฉลองครบรอบ 50 ปีของ UEFA
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ฉายา: The Greek Maradona และ Footballing Nureyev
- สถิติสโมสร: ลงเล่นรวม 377 นัด ทำได้ 83 ประตู (Pakhtakor Tashkent และ Iraklis)
- ความสำเร็จส่วนตัว: ได้รับรางวัล Golden Player ของกรีซ (1954–2003) และรางวัล Master of Sports ของโซเวียต
- จุดพลิกผัน: ไม่สามารถย้ายไปสโมสรใหญ่ในยุโรปได้เนื่องจากเงื่อนไขสัญญาที่เสียเปรียบกับสโมสร Iraklis
| ทีม/ทีมชาติ | จำนวนนัดที่ลงเล่น | จำนวนประตู | ช่วงปีที่สังกัด |
|---|---|---|---|
| Pakhtakor Tashkent | 96 | 22 | 1972–1975 |
| Iraklis | 281 | 61 | 1975–1990 |
| ทีมชาติโซเวียต (โอลิมปิก/U19) | 4 | 1 | 1974–1975 |
| ทีมชาติกรีซ | 2 | 0 | 1976, 1999 |
คำถามที่พบบ่อย
ทำไม Vasilis Hatzipanagis ถึงถูกเรียกว่า "มาราโดนาแห่งกรีซ"?
เพราะเขามีทักษะการเลี้ยงบอลที่ยอดเยี่ยม การควบคุมบอลที่เหนือชั้น และความสามารถในการสร้างสรรค์เกมที่โดดเด่น ซึ่งคล้ายคลึงกับสไตล์การเล่นของ ดิเอโก มาราโดนา
เหตุใดเขาจึงไม่ได้ย้ายไปเล่นให้สโมสรใหญ่ในยุโรปอย่าง Arsenal หรือ Lazio?
สาเหตุหลักมาจากสัญญาที่เขาทำไว้กับสโมสร Iraklis ซึ่งมีเงื่อนไขที่เอื้อประโยชน์ให้สโมสรอย่างมาก ทำให้การย้ายทีมเป็นเรื่องยาก และบอร์ดบริหารของทีมไม่ต้องการเสียผู้เล่นที่เป็นขวัญใจแฟนบอลไป
เขามีปัญหาเรื่องการเล่นทีมชาติอย่างไร?
เขาเคยลงเล่นให้ทีมชาติโซเวียตชุดโอลิมปิกและ U19 ทำให้ตามกฎในขณะนั้น เขาไม่มีสิทธิ์ลงเล่นให้ทีมชาติกรีซในรายการทางการได้ แม้ว่าเขาจะมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะรับใช้ชาติบ้านเกิดก็ตาม
รางวัลสูงสุดที่เขาได้รับในอาชีพการค้าแข้งคืออะไร?
เขาได้รับเลือกให้เป็น Golden Player ของประเทศกรีซในรอบ 50 ปี โดยสหพันธ์ฟุตบอลกรีซและ UEFA ในปี 2003 เพื่อเป็นการยกย่องความสามารถและคุณูปการที่มีต่อวงการฟุตบอล