← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Veerabhadran Ramanathan ผู้บุกเบิกวิทยาศาสตร์บรรยากาศและผู้พลิกมุมมองเรื่องโลกร้อน

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Veerabhadran Ramanathan ผู้บุกเบิกวิทยาศาสตร์บรรยากาศและผู้พลิกมุมมองเรื่องโลกร้อน

Veerabhadran Ramanathan ผู้บุกเบิกวิทยาศาสตร์บรรยากาศและผู้พลิกมุมมองเรื่องโลกร้อน ในโลกของวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศ ชื่อของ Veerabhadran Ram Ramanathan เป็นที่ยอมรับในฐาน…

Veerabhadran Ramanathanโลกร้อนก๊าซเรือนกระจกละอองลอย

Veerabhadran Ramanathan ผู้บุกเบิกวิทยาศาสตร์บรรยากาศและผู้พลิกมุมมองเรื่องโลกร้อน

ในโลกของวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศ ชื่อของ Veerabhadran "Ram" Ramanathan เป็นที่ยอมรับในฐานะผู้สร้างจุดเปลี่ยนสำคัญในการทำความเข้าใจว่าโลกของเรากำลังร้อนขึ้นได้อย่างไร เขาไม่ได้เพียงแค่ศึกษาปรากฏการณ์ แต่ยังเป็นผู้ชี้ให้เห็นว่าปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนนั้นมีความซับซ้อนมากกว่าแค่เรื่องของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

ปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์เกียรติคุณ (Professor Emeritus) ณ สถาบันสมุทรศาสตร์สคริปส์ (Scripps Institution of Oceanography) มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานดิเอโก และยังเป็นอาจารย์พิเศษที่มหาวิทยาลัยคอร์เนล โดยความเชี่ยวชาญของเขาครอบคลุมตั้งแต่แบบจำลองการไหลเวียนทั่วไป (General Circulation Models) เคมีในชั้นบรรยากาศ ไปจนถึงการถ่ายโอนรังสี ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการวิเคราะห์สภาพอากาศโลก

Content image

เส้นทางสู่การเป็นนักวิทยาศาสตร์ระดับโลก

Ramanathan เกิดเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน ค.ศ. 1944 ที่เมืองเจนไน ประเทศอินเดีย ชีวิตวัยเด็กของเขาต้องเผชิญกับความท้าทายด้านภาษาเมื่อย้ายไปอยู่เมืองบังกาลอร์ ซึ่งโรงเรียนสอนเป็นภาษาอังกฤษแทนที่จะเป็นภาษาทมิฬซึ่งเป็นภาษาแม่ ทำให้เขาต้องฝึกฝนการเรียนรู้ด้วยตนเองจนกลายเป็นนิสัย

ด้านการศึกษา เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านวิศวกรรมศาสตร์ (BE) จากมหาวิทยาลัย Annamalai และปริญญาโท (ME) จากสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งอินเดีย (IISc) ก่อนจะเดินทางไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยแห่งรัฐนิวยอร์ก สโตนีบรูค (Stony Brook) ในปี 1970 เพื่อศึกษาเรื่อง Interferometry (การวัดระยะห่างหรือมุมโดยใช้การแทรกสอดของคลื่น) ภายใต้การดูแลของ Robert Cess ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนทิศทางการวิจัยมาเน้นที่ชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์แทน

การค้นพบที่เปลี่ยนโลก: มากกว่าแค่คาร์บอนไดออกไซด์

ในช่วงกลางทศวรรษ 1970 Ramanathan ได้สร้างผลงานชิ้นสำคัญโดยการพิสูจน์ว่า CFCs (Chlorofluorocarbons) และก๊าซร่องรอยอื่นๆ มีคุณสมบัติเป็นก๊าซเรือนกระจก ซึ่งในขณะนั้นโลกเชื่อว่ามีเพียงคาร์บอนไดออกไซด์เท่านั้นที่เป็นตัวการหลักในการทำให้โลกอุ่นขึ้น

ต่อมาเขาได้หันมาศึกษาผลกระทบของเมฆที่มีต่อรังสีผ่านโครงการ Earth Radiation Budget Experiment (ERBE) ซึ่งทำให้พบว่าเมฆมีบทบาทสำคัญในการช่วยลดอุณหภูมิของโลก และสามารถวัดผลกระทบของปรากฏการณ์เรือนกระจกได้โดยไม่ต้องพึ่งพาแบบจำลองทางภูมิอากาศเพียงอย่างเดียว

หนึ่งในการค้นพบที่โดดเด่นที่สุดคือเรื่อง Aerosols (ละอองลอย หรืออนุภาคขนาดเล็กที่แขวนลอยในอากาศ) โดยเขาพบว่าละอองลอยมีผลทำให้พื้นผิวโลกเย็นลง แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ได้ค้นพบ Atmospheric Brown Clouds (เมฆสีน้ำตาลในชั้นบรรยากาศ) ซึ่งเกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ครอบคลุมพื้นที่มหาสมุทรอินเดียเป็นบริเวณกว้าง เมฆเหล่านี้ไม่เพียงแต่บดบังความร้อนจากคาร์บอนไดออกไซด์ไปถึง 50% แต่ยังส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำฝนในช่วงมรสุมของอินเดียอีกด้วย

Content image

ความมุ่งมั่นในการแก้ปัญหาและผลกระทบต่อสังคม

Ramanathan ไม่ได้หยุดเพียงแค่การวิจัยในห้องแล็บ แต่เขายังนำความรู้มาประยุกต์ใช้เพื่อช่วยเหลือผู้คน โดยเฉพาะในอินเดีย เขาพบว่าการเผาไหม้เชื้อเพลิงแข็งในครัวเรือนก่อให้เกิดความเสี่ยงทางสุขภาพอย่างรุนแรง และเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตถึง 440,000 รายต่อปี

เขาจึงริเริ่ม Project Surya (ซึ่งคำว่า Surya ในภาษาสันสกฤตแปลว่า ดวงอาทิตย์) เพื่อส่งเสริมการใช้เตาสุริยะราคาถูกในพื้นที่ชนบทของอินเดีย เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และเขม่าควัน (Soot) ซึ่งเป็นตัวการสำคัญของภาวะโลกร้อนและปัญหาสุขภาพ

นอกจากนี้ เขายังเป็นที่ปรึกษาใกล้ชิดของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส โดยมีบทบาทสำคัญในการให้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เพื่อประกอบการเขียน Laudato si' ซึ่งเป็นสมณสาส์นว่าด้วยเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการดูแลรักษาโลก

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ผู้บุกเบิก: พิสูจน์ว่าก๊าซอื่นนอกเหนือจาก CO2 (เช่น CFCs) ส่งผลต่อภาวะโลกร้อน
  • การค้นพบหลัก: ค้นพบ Atmospheric Brown Clouds ที่ส่งผลต่อมรสุมและเกษตรกรรมในเอเชียใต้
  • โครงการเพื่อสังคม: ก่อตั้ง Project Surya เพื่อลดมลพิษจากการหุงต้มในชนบทอินเดีย
  • บทบาทระดับโลก: เป็นสมาชิกของ Pontifical Academy of Sciences และที่ปรึกษาด้านภูมิอากาศของพระสันตะปาปา
  • คำเตือน: ชี้ให้เห็นถึง "จุดพลิกผัน" (Tipping Points) ของระบบภูมิอากาศ เช่น การละลายของน้ำแข็งในอาร์กติก
สรุปความสำเร็จและรางวัลเกียรติยศของ Veerabhadran Ramanathan
ประเภทรางวัล/ตำแหน่ง รายละเอียด/ชื่อรางวัล
รางวัลระดับโลก Crafoord Prize (2026), Grande Médaille (2024), Tang Prize (2018), BBVA Foundation Frontiers of Knowledge Award (2015)
เหรียญเกียรติยศ Carl-Gustaf Rossby Research Medal, Buys Ballot Medal, Tyler Prize
สมาชิกสถาบันวิชาการ US National Academy of Sciences, Royal Swedish Academy of Sciences, American Philosophical Society
ตำแหน่งทางวิชาการ Professor Emeritus (UC San Diego), Adjunct Professor (Cornell University)
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Veerabhadran Ramanathan มีผลงานเด่นที่สุดในเรื่องใด?

ผลงานที่โดดเด่นที่สุดคือการค้นพบว่าก๊าซเรือนกระจกไม่ได้มีเพียงคาร์บอนไดออกไซด์ แต่รวมถึง CFCs และการค้นพบ "เมฆสีน้ำตาล" (Atmospheric Brown Clouds) ซึ่งเป็นมลพิษจากฝีมือมนุษย์ที่ส่งผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศและปริมาณน้ำฝนในภูมิภาคเอเชียใต้

Project Surya คืออะไรและมีเป้าหมายอย่างไร?

Project Surya คือโครงการที่นำเตาสุริยะและโคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ไปใช้ในชนบทของอินเดีย เพื่อลดการเผาไหม้ชีวมวล (เช่น ไม้หรือมูลสัตว์) ซึ่งช่วยลดทั้งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและลดความเสี่ยงด้านสุขภาพจากการสูดดมควันพิษ

เขามีบทบาทอย่างไรในทางศาสนาหรือการเมืองโลก?

เขาเป็นสมาชิกของ Pontifical Academy of Sciences และทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางวิทยาศาสตร์ให้แก่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส โดยมีส่วนสำคัญในการให้ข้อมูลเพื่อจัดทำสมณสาส์น Laudato si' ที่เน้นย้ำเรื่องวิกฤตสภาพภูมิอากาศ

ทัศนะของเขาต่อภาวะโลกร้อนในปัจจุบันเป็นอย่างไร?

เขามองว่าผลกระทบของก๊าซเรือนกระจกเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สำคัญที่สุดที่โลกกำลังเผชิญ และเตือนว่าโลกได้ก้าวเข้าสู่จุดที่อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงแบบกู้คืนไม่ได้ (Tipping Points) โดยเฉพาะการละลายของน้ำแข็งขั้วโลก

Veerabhadran Ramanathan ผู้บุกเบิกวิทยาศาสตร์บรรยากาศและผู้พลิกมุมมองเรื่องโลกร้อน | hmn.in.th