Victor Blackwell ผู้ประกาศข่าวชื่อดังแห่ง CNN กับเส้นทางอาชีพสื่อมวลชนระดับโลก
ในโลกของการรายงานข่าวระดับสากล Victor Blackwell คือหนึ่งในชื่อที่โดดเด่นของสำนักข่าว CNN โดยเขาไม่เพียงแต่ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการข่าวที่น่าเชื่อถือ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้และความสำเร็จในสายงานวารสารศาสตร์ (Journalism) หรือการรวบรวมและนำเสนอข้อเท็จจริงสู่สาธารณะอย่างมืออาชีพ
เส้นทางสู่ความสำเร็จและการศึกษา
Victor Blackwell เกิดเมื่อวันที่ 25 กันยายน ค.ศ. 1981 ที่เมืองบอลทิมอร์ รัฐแมริแลนด์ สหรัฐอเมริกา เขาแสดงความเป็นผู้นำมาตั้งแต่สมัยเรียน โดยได้รับเลือกให้เป็นประธานนักเรียนรุ่นปี 1999 ที่ Milford Mill Academy ก่อนจะเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีด้าน Broadcast Journalism (วารสารศาสตร์ด้านการแพร่ภาพกระจายเสียง) จาก Howard University ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งในช่วงเวลานั้นเขาได้สั่งสมประสบการณ์จากการทำงานที่สถานีโทรทัศน์สาธารณะ WHUT-TV ของมหาวิทยาลัย
ประสบการณ์การทำงานและการก้าวขึ้นสู่ระดับโลก
เริ่มต้นอาชีพหลังจบการศึกษา Blackwell ได้ทำงานเป็นผู้สื่อข่าวและผู้ประกาศข่าวสำรองที่ WHAG-TV ในรัฐแมริแลนด์ และขยับขยายประสบการณ์ไปยัง WTLV/WJXX ในเมืองแจ็กสันวิลล์ รัฐฟลอริดา นอกจากนี้ เขายังสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นผู้ประกาศข่าวหลักที่เป็นคนผิวดำคนแรกของสถานี WPBF ในเวสต์ปาล์มบีช รัฐฟลอริดา
ในปี 2012 เขาได้เข้าร่วมงานกับ CNN ในฐานะผู้สื่อข่าวประจำสำนักงานภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ ผลงานที่สร้างชื่อเสียงอย่างมากคือการรายงานข่าวเชิงลึกเกี่ยวกับกรณีการเสียชีวิตที่น่าสงสัยของ Kendrick Johnson วัยรุ่นชาวจอร์เจีย ซึ่งนำไปสู่การตรวจสอบโดยสำนักงานเลขาธิการรัฐจอร์เจียและอัยการสหรัฐฯ ประจำเขตกลางของรัฐจอร์เจีย
ด้วยความสามารถที่โดดเด่น เขาจึงได้รับการเลื่อนตำแหน่งอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การเป็นผู้ดำเนินรายการ New Day ในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ร่วมกับ Christi Paul ในปี 2014 ต่อมาในปี 2021 ได้ร่วมดำเนินรายการ CNN Newsroom กับ Alisyn Camerota และกลับมาประจำการในช่วงเช้าวันหยุดในรายการ CNN This Morning ร่วมกับ Amara Walker ในปี 2023
ล่าสุดในเดือนสิงหาคม 2023 CNN ได้ปรับโครงสร้างรายการครั้งใหญ่ ทำให้ Blackwell ได้รับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการโชว์ใหม่ที่มีชื่อว่า First of All with Victor Blackwell ควบคู่ไปกับการทำหน้าที่ในรายการ CNN This Morning
รางวัลและความสำเร็จทางวิชาชีพ
ตลอดการทำงาน Blackwell ได้รับการยอมรับในระดับสูง โดยได้รับรางวัล Regional Emmy Awards ในสาขาการรายงานข่าวเชิงคุณลักษณะยอดเยี่ยม (Outstanding Feature Reporting) ในปี 2009 และเคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Emmy ในปี 2007, 2008 และ 2011
นอกจากนี้ เขายังได้รับรางวัล Regional Edward R. Murrow Award จากการรายงานเรื่องปรากฏการณ์ Stop Snitchin' ที่ส่งผลกระทบต่ออาชญากรรมในเขตเมือง และได้รับ Unity Award จาก Radio Television Digital News Association ในปี 2007 จากการนำเสนอประเด็นเรื่องอัตราการจบการศึกษาระดับมัธยมปลายของเด็กชายผิวดำ
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| วันเกิด | 25 กันยายน 1981 |
| การศึกษา | ปริญญาตรีด้าน Broadcast Journalism จาก Howard University |
| ตำแหน่งปัจจุบัน | ผู้ดำเนินรายการ First of All และ CNN This Morning (Weekend) |
| รางวัลเด่น | Regional Emmy Award, Regional Edward R. Murrow Award, Unity Award |
| ปีที่เริ่มงาน CNN | ค.ศ. 2012 |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- เป็นผู้ประกาศข่าวหลักผิวดำคนแรกของสถานี WPBF ในเวสต์ปาล์มบีช
- มีบทบาทสำคัญในการขุดคุ้ยคดี Kendrick Johnson จนนำไปสู่การสอบสวนระดับรัฐและระดับประเทศ
- เปิดเผยตัวตนว่าเป็นเกย์ (Coming out) ผ่านรายการของ CNN เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2013 ในการสนทนากับ Pamela Brown
- มีความเชี่ยวชาญด้านการรายงานข่าวเชิงลึกและประเด็นทางสังคม
คำถามที่พบบ่อย
Victor Blackwell ทำงานที่ CNN ในตำแหน่งอะไรบ้าง?
ปัจจุบันเขาเป็นผู้ดำเนินรายการโชว์ First of All with Victor Blackwell และร่วมดำเนินรายการ CNN This Morning ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์
เขาได้รับรางวัลอะไรที่โดดเด่นที่สุด?
รางวัลที่โดดเด่นที่สุดคือ Regional Emmy Awards ในสาขา Outstanding Feature Reporting ปี 2009 และรางวัล Regional Edward R. Murrow Award
ประวัติการศึกษของ Victor Blackwell เป็นอย่างไร?
เขาจบการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านวารสารศาสตร์การแพร่ภาพกระจายเสียง (Broadcast Journalism) จาก Howard University
ผลงานการรายงานข่าวชิ้นใดที่สร้างแรงกระเพื่อมในสังคม?
การรายงานข่าวเชิงลึกเกี่ยวกับกรณีการเสียชีวิตของ Kendrick Johnson ซึ่งส่งผลให้เกิดการสืบสวนโดยอัยการสหรัฐฯ และสำนักงานเลขาธิการรัฐจอร์เจีย
เขามีบทบาทสำคัญอย่างไรในด้านความหลากหลายทางสังคม?
เขาเป็นผู้ประกาศข่าวผิวดำคนแรกในตำแหน่งหลักของ WPBF และได้เปิดเผยตัวตนว่าเป็น LGBTQ+ ผ่านหน้าจอ CNN เพื่อสร้างความเข้าใจและความหลากหลายในสื่อมวลชน