Wa Lone นักข่าวผู้กล้าหาญกับการต่อสู้เพื่อเสรีภาพสื่อในเมียนมา
ในโลกของการรายงานข่าว การค้นหาความจริงมักมาพร้อมกับความเสี่ยง แต่สำหรับ Wa Lone (วาลอน) นักข่าวจากสำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) ความเสี่ยงนั้นนำเขาไปสู่การถูกจองจำในคุกเป็นเวลากว่า 500 วัน เพียงเพราะเขาและเพื่อนร่วมงานพยายามเปิดโปงความโหดร้ายที่เกิดขึ้นในบ้านเกิดของตนเอง
เส้นทางชีวิตจากลูกชาวนาสู่ผู้สื่อข่าวระดับโลก
Wa Lone เกิดในช่วงปี 1986 ในครอบครัวเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ณ หมู่บ้านคินพยิต เขตชเวโบ ทางตอนเหนือของมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา ชีวิตในช่วงแรกของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น โดยในปี 2004 เขาได้ย้ายไปอยู่ที่เมืองมะละแหม่ง และทำงานรับจ้างทำความสะอาดและเตรียมอาหารในวัดพุทธที่ลุงของเขาเป็นพระสงฆ์เพื่อแลกกับที่พักอาศัย
ต่อมาในปี 2010 เขาและพี่ชายได้ย้ายเข้าสู่ย่างกุ้งเพื่อเริ่มต้นธุรกิจบริการถ่ายภาพ ควบคู่ไปกับการทำงานอาสาสมัครและการกุศล ด้านการทำงานสื่อสารมวลชน Wa Lone เริ่มต้นจากการเป็นผู้สื่อข่าวให้กับหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น เช่น People's Age ก่อนจะก้าวเข้าสู่ Myanmar Times ในปี 2014 และร่วมงานกับสำนักข่าวระดับโลกอย่าง Reuters ในปี 2016

การรายงานข่าวที่สั่นคลอนอำนาจรัฐ
ตลอดการทำงาน Wa Lone ได้นำเสนอประเด็นที่แหลมคมและสำคัญต่อสังคมเมียนมา ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งภายในภายใต้การปกครองของรัฐบาลทหาร การเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ของนางอองซานซูจีในปี 2015 หรือคดีฆาตกรรมนักการเมืองชื่อดังอย่าง Ko Ni ในปี 2017
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2017 เมื่อเขาและ Kyaw Soe Oo ร่วมกันรายงานข่าวการอพยพครั้งใหญ่ของชาวโรฮิงญาจากเมียนมาไปยังบังกลาเทศ ซึ่งเป็นผลจากการปราบปรามของกองทัพเมียนมา โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่หมู่บ้านอินดิน (Inn Din) ซึ่งมีการรายงานว่าทหารและกองกำลังกึ่งทหารได้กักตัวชายชาวโรฮิงญา 10 คน ก่อนจะสังหารและฝังร่างไว้ในหลุมศพหมู่
การถูกจับกุมและแผนลวงของเจ้าหน้าที่
วันที่ 12 ธันวาคม 2017 กลายเป็นวันที่เปลี่ยนชีวิตของนักข่าวทั้งสอง เมื่อพวกเขาถูกตำรวจเมียนมาจับกุมที่ร้านอาหารในย่างกุ้ง หลังจากถูกเชิญไปรับประทานอาหารค่ำ โดยถูกตั้งข้อหาครอบครองเอกสารลับ ซึ่งเป็นการละเมิด Official Secrets Act (พระราชบัญญัติความลับทางราชการ) ซึ่งเป็นกฎหมายสมัยอาณานิคมที่มีโทษจำคุกสูงสุดถึง 14 ปี
อย่างไรก็ตาม ความจริงเบื้องหลังการจับกุมถูกเปิดเผยโดย ร้อยตำรวจเอก Moe Yan Naing พยานปากสำคัญที่ยอมรับในศาลว่า เขาและเพื่อนร่วมงานได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้สร้างสถานการณ์ลวง (Entrapment) โดยการนำเอกสารลับมามอบให้ Wa Lone เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการจับกุม ซึ่งพยานระบุว่าหากไม่ปฏิบัติตามคำสั่งจะถูกข่มขู่ให้ติดคุกเช่นกัน

การต่อสู้ทางกฎหมายและชัยชนะเหนือความอยุติธรรม
แม้จะมีคำให้การของพยานที่ชี้ชัดว่าเป็นการจัดฉาก แต่ในวันที่ 3 กันยายน 2018 ศาลกลับตัดสินให้ Wa Lone และ Kyaw Soe Oo มีความผิดและสั่งจำคุกเป็นเวลา 7 ปี แม้จะมีการยื่นอุทธรณ์หลายครั้งจนถึงศาลฎีกาของเมียนมา แต่คำร้องทั้งหมดถูกปฏิเสธ
ท่ามกลางการคุมขัง Wa Lone ยังคงไม่ละทิ้งความหวัง เขาเขียนหนังสือสำหรับเด็กเพื่อส่งเสริมการเปิดเผยความจริง โดยได้รับความช่วยเหลือจาก Third Story Project องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่เขาร่วมก่อตั้งเพื่อมอบหนังสือให้เด็กผู้ด้อยโอกาสในเมียนมา
ในที่สุด วันที่ 7 พฤษภาคม 2019 ทั้งสองได้รับพระราชทานอภัยโทษจากประธานาธิบดี Win Myint และได้รับการปล่อยตัวเป็นอิสระ โดยมีบุคคลสำคัญอย่าง Amal Clooney และ Ara Darzi เข้ามามีส่วนช่วยในการผลักดันการปล่อยตัวในครั้งนี้
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- การจับกุม: เกิดขึ้นเมื่อ 12 ธันวาคม 2017 จากการรายงานข่าวการสังหารหมู่ชาวโรฮิงญาที่อินดิน
- ข้อหา: ละเมิดพระราชบัญญัติความลับทางราชการ (Official Secrets Act)
- คำตัดสิน: ถูกตัดสินจำคุก 7 ปี ก่อนจะได้รับอภัยโทษในวันที่ 7 พฤษภาคม 2019
- พยานหลักฐาน: มีคำให้การจากตำรวจว่าเป็นการจัดฉากจับกุมโดยคำสั่งของผู้บังคับบัญชา
- ความสำเร็จ: ได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ (Pulitzer Prize) และรางวัลเสรีภาพสื่อจาก UNESCO
| ปี/ช่วงเวลา | เหตุการณ์สำคัญ / รางวัลที่ได้รับ |
|---|---|
| 2016 | เข้าร่วมงานกับสำนักข่าว Reuters |
| ธันวาคม 2017 | ถูกจับกุมในย่างกุ้งขณะรายงานข่าวการสังหารหมู่ที่อินดิน |
| กันยายน 2018 | ถูกศาลตัดสินจำคุก 7 ปี |
| เมษายน 2019 | ได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ (Pulitzer Prize) และรางวัล UNESCO/Guillermo Cano |
| พฤษภาคม 2019 | ได้รับการปล่อยตัวหลังถูกคุมขังกว่า 500 วัน |
คำถามที่พบบ่อย
Wa Lone ถูกจับกุมด้วยสาเหตุใด?
เขาถูกจับกุมเนื่องจากสืบสวนและรายงานข่าวเกี่ยวกับการสังหารหมู่ชาวโรฮิงญาที่หมู่บ้านอินดิน โดยรัฐบาลเมียนมาตั้งข้อหาว่าเขาครอบครองเอกสารลับของทางราชการ
รางวัลพูลิตเซอร์ที่เขาได้รับคือรางวัลด้านใด?
Wa Lone และ Kyaw Soe Oo ได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ สาขาการรายงานข่าวต่างประเทศ (International Reporting) ในปี 2019 เพื่อเชิดชูความกล้าหาญในการนำเสนอความจริง
มีการพิสูจน์หรือไม่ว่าการจับกุมเป็นการจัดฉาก?
มีการพิสูจน์ผ่านคำให้การของร้อยตำรวจเอก Moe Yan Naing ซึ่งระบุว่าได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ล่อลวงนักข่าวทั้งสองด้วยการมอบเอกสารลับให้ เพื่อใช้เป็นเหตุในการจับกุม
Wa Lone ทำกิจกรรมอื่นนอกเหนือจากการเป็นนักข่าวหรือไม่?
เขามีบทบาทในการทำงานอาสาสมัคร และเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Third Story Project ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ผลิตและแจกจ่ายหนังสือฟรีให้กับเด็กผู้ด้อยโอกาสในเมียนมา รวมถึงการเขียนหนังสือสำหรับเด็กด้วย