← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Will Smith เส้นทางชีวิตจากแรปเปอร์ดาวรุ่งสู่ซูเปอร์สตาร์ระดับโลก

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Will Smith เส้นทางชีวิตจากแรปเปอร์ดาวรุ่งสู่ซูเปอร์สตาร์ระดับโลก

Will Smith เส้นทางชีวิตจากแรปเปอร์ดาวรุ่งสู่ซูเปอร์สตาร์ระดับโลก หากพูดถึงชื่อของ Will Smith (วิลล์ สมิธ) หลายคนคงนึกถึงภาพลักษณ์ของนักแสดงผู้เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์และรอยยิ้ม…

Will Smithวิลล์ สมิธประวัติ Will SmithThe Fresh Prince of Bel-Air

Will Smith เส้นทางชีวิตจากแรปเปอร์ดาวรุ่งสู่ซูเปอร์สตาร์ระดับโลก

หากพูดถึงชื่อของ Will Smith (วิลล์ สมิธ) หลายคนคงนึกถึงภาพลักษณ์ของนักแสดงผู้เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์และรอยยิ้มที่ครองใจผู้ชมทั่วโลก แต่เบื้องหลังความสำเร็จที่สร้างรายได้จากภาพยนตร์รวมกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐนั้น คือการเดินทางที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น การปรับตัว และบทเรียนชีวิตที่น่าสนใจ จากเด็กหนุ่มในฟิลาเดลเฟียสู่การเป็นหนึ่งในนักแสดงที่มีมูลค่าตัวสูงสุดในประวัติศาสตร์ฮอลลีวูด

Content image

จุดเริ่มต้นและแรงบันดาลใจในวัยเยาว์

วิลล์ สมิธ เกิดเมื่อวันที่ 25 กันยายน ค.ศ. 1968 ในย่านวินน์ฟิลด์ เมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย เขาเติบโตมาในครอบครัวที่ให้ความสำคัญกับการศึกษา โดยมีคุณแม่เป็นผู้บริหารคณะกรรมการโรงเรียนและคุณพ่อเป็นวิศวกรระบบทำความเย็นและอดีตทหารอากาศสหรัฐฯ

ความหลงใหลในดนตรีของเขาเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่อายุ 12 ปี โดยเริ่มฝึกเขียนเนื้อเพลงแรป แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อคุณย่าของเขาได้อ่านสมุดบันทึกเนื้อเพลงที่มีคำหยาบคาย และได้เขียนข้อความเตือนสติให้เขาใช้ความฉลาดในการสื่อสารแทนการใช้คำไม่สุภาพ สิ่งนี้กลายเป็นหลักการสำคัญที่ทำให้ผลงานเพลงของสมิธแทบไม่มีคำหยาบคายตลอดอาชีพการทำงาน

ก้าวแรกสู่ชื่อเสียง: ยุค DJ Jazzy Jeff & the Fresh Prince

เส้นทางสายบันเทิงของเขาเริ่มต้นจากการเป็น MC ในกลุ่มฮิปฮอปคู่กับเพื่อนสนิท DJ Jazzy Jeff โดยใช้ชื่อว่า The Fresh Prince ทั้งคู่สร้างชื่อเสียงอย่างรวดเร็วด้วยสไตล์การแรปแบบเล่าเรื่องที่สนุกสนานและเข้าถึงง่าย ผลิตอัลบั้มสตูดิโอร่วมกัน 5 ชุด และมีเพลงฮิตติดชาร์ต Billboard Hot 100 มากมาย เช่น "Summertime" และ "Parents Just Don't Understand" ซึ่งส่งให้พวกเขาคว้ารางวัล Grammy Awards มาครองได้ถึง 2 รางวัล

Content image

การเปลี่ยนผ่านสู่โลกการแสดงและจุดสูงสุดของอาชีพ

สมิธก้าวเข้าสู่โลกการแสดงอย่างเต็มตัวผ่านซีรีส์ซิตคอมเรื่อง The Fresh Prince of Bel-Air (1990–1996) ซึ่งเขารับบทเป็นตัวละครที่ดัดแปลงมาจากชีวิตจริงของเขาเอง ความสำเร็จจากซีรีส์เรื่องนี้ส่งให้เขาได้รับรางวัล Golden Globe Awards ถึง 2 ครั้ง และเป็นสปริงบอร์ดนำเขาไปสู่บทบาทนำในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์

ในช่วงปี 1995-2012 สมิธกลายเป็น "แม่เหล็ก" ของบ็อกซ์ออฟฟิศด้วยผลงานระดับตำนานอย่าง Bad Boys, Independence Day และ Men in Black นอกจากนี้เขายังพิสูจน์ฝีมือด้านการแสดงดราม่าในเรื่อง Ali (รับบทเป็น มูฮัมหมัด อาลี) และ The Pursuit of Happyness ซึ่งทั้งสองเรื่องส่งให้เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม

Content image

ความผันผวนและรางวัลแห่งความสำเร็จใน King Richard

แม้จะอยู่ในจุดสูงสุด แต่สมิธก็เผชิญกับช่วงเวลาที่ผลงานบางเรื่องไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เช่น After Earth และ Gemini Man อย่างไรก็ตาม เขากลับมาทวงคืนความยิ่งใหญ่ได้อีกครั้งในภาพยนตร์เรื่อง King Richard (2021) โดยรับบทเป็น ริชาร์ด วิลเลียมส์ โค้ชผู้ผลักดันลูกสาวทั้งสอง (วีนัส และ เซรีน่า) จนกลายเป็นนักเทนนิสระดับโลก ซึ่งบทบาทนี้ทำให้เขาคว้ารางวัล Academy Award (ออสการ์) สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมมาครองได้สำเร็จ

Content image

เหตุการณ์อื้อฉาวในงานออสการ์และบทเรียนครั้งใหญ่

ในงานประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่ 94 สมิธได้สร้างความตกตะลึงด้วยการเดินขึ้นไปตบหน้า Chris Rock พิธีกรผู้ดำเนินรายการ หลังจากที่ร็อคเล่นมุกตลกเกี่ยวกับ Jada Pinkett Smith ภรรยาของเขาซึ่งป่วยเป็นโรค Alopecia Areata (โรคผมร่วงเป็นหย่อม) แม้ในคืนนั้นเขาจะได้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม แต่เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาพลักษณ์

ผลที่ตามมาคือสมิธตัดสินใจลาออกจากสมาชิกสถาบันศิลปะและวิทยาศาสตร์ทางภาพยนตร์ (The Academy) และถูกสั่งห้ามเข้าร่วมงานประกาศรางวัลออสการ์และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องเป็นเวลา 10 ปี

Content image

ปัจจุบันและการกลับมาสู่วงการ

ปัจจุบัน วิลล์ สมิธ ยังคงเดินหน้าทำงานในวงการบันเทิงอย่างต่อเนื่อง ทั้งการกลับมาในภาพยนตร์ Bad Boys: Ride or Die และโปรเจกต์ภาคต่อของ I Am Legend รวมถึงการหันกลับมาโฟกัสงานเพลงอีกครั้ง โดยมีการร่วมงานกับศิลปินรุ่นใหม่อย่าง Joyner Lucas และขยายธุรกิจผ่านบริษัท Westbrook Studios ของเขาเอง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • รายได้รวม: ภาพยนตร์ที่เขานำแสดงทำรายได้ทั่วโลกมากกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • รางวัลการันตี: ครอบครองรางวัล Academy Award, Golden Globe, BAFTA และ Grammy Awards 4 รางวัล
  • จุดเด่นทางดนตรี: ยึดถือหลักการไม่ใช้คำหยาบคายในเพลงแรปตามคำแนะนำของคุณย่า
  • ผลงานสูงสุด: Aladdin (2019) เป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดในอาชีพของเขา (ทะลุ 1 พันล้านดอลลาร์)
สรุปข้อมูลส่วนตัวและผลงานของ Will Smith
หัวข้อ รายละเอียด
ชื่อเต็ม Willard Carroll Smith II
วันเกิด 25 กันยายน 1968
อาชีพ นักแสดง, แรปเปอร์, โปรดิวเซอร์ภาพยนตร์
ผลงานสร้างชื่อ The Fresh Prince of Bel-Air, Men in Black, King Richard
รางวัลสูงสุด Academy Award สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (2022)
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Will Smith เริ่มต้นอาชีพจากอะไร?

เขาเริ่มต้นจากการเป็นแรปเปอร์ในกลุ่ม DJ Jazzy Jeff & the Fresh Prince ก่อนจะก้าวเข้าสู่วงการแสดงผ่านซีรีส์ The Fresh Prince of Bel-Air

ทำไม Will Smith ถึงไม่ใช้คำหยาบในเพลงของเขา?

เป็นเพราะคำแนะนำของคุณย่าในวัยเด็กที่บอกว่า คนฉลาดไม่จำเป็นต้องใช้คำหยาบคายในการแสดงออก ซึ่งเขานำมาใช้เป็นหลักการในการสร้างสรรค์ผลงานดนตรี

ภาพยนตร์เรื่องใดที่ทำรายได้สูงสุดให้กับ Will Smith?

ภาพยนตร์เรื่อง Aladdin (2019) เป็นผลงานที่ทำรายได้สูงสุด โดยสามารถกวาดรายได้ทั่วโลกไปมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

เหตุการณ์ตบหน้า Chris Rock ส่งผลอย่างไรต่อเขา?

เขาถูกแบนจากการเข้าร่วมงานออสการ์และกิจกรรมของสถาบันเป็นเวลา 10 ปี และเขาได้ตัดสินใจลาออกจากสมาชิกของสถาบันศิลปะและวิทยาศาสตร์ทางภาพยนตร์

Will Smith มีผลงานด้านอื่นนอกเหนือจากการแสดงและดนตรีหรือไม่?

เขามีบทบาทเป็นโปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ผ่านบริษัท Westbrook Studios และเขียนหนังสือบันทึกความทรงจำชื่อ "Will" ซึ่งเล่าถึงประสบการณ์ชีวิตและบทเรียนต่างๆ