Will Tye เส้นทางนักสู้จาก Undrafted สู่ดาวเด่นตำแหน่ง Tight End ใน NFL
ในโลกของอเมริกันฟุตบอลระดับอาชีพอย่าง NFL (National Football League) การก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นตัวจริงโดยไม่ได้ถูกเลือกในวันดราฟต์นั้นเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างยิ่ง แต่ Will Tye สามารถพิสูจน์ตัวเองได้ในฐานะผู้เล่นตำแหน่ง Tight End (TE) หรือตัวรับกึ่งตัวบล็อก ที่สร้างชื่อเสียงจากการเป็นผู้เล่นคนแรกจากมหาวิทยาลัย Stony Brook ที่สามารถเจาะทะลุเข้าสู่ลีกสูงสุดของสหรัฐอเมริกาได้สำเร็จ
จุดเริ่มต้นและการบ่มเพาะฝีมือในระดับวิทยาลัย
Will Tye เกิดเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 1991 ที่เมืองมิดเดิลทาวน์ รัฐคอนเนตทิคัต เขาเริ่มฉายแววโดดเด่นตั้งแต่สมัยเรียนที่ Xavier High School ในบทบาทของ Tight End และตัวรีเทิร์นลูกเตะ ก่อนจะย้ายไปจบการศึกษาระดับมัธยมที่ Salisbury School ซึ่งในขณะนั้นเขาถูกจัดให้เป็นผู้เล่นดาวรุ่งระดับ 3 ดาว โดยได้รับการจัดอันดับเป็นผู้เล่นอันดับ 6 ของรัฐคอนเนตทิคัต และเป็น Tight End อันดับ 19 ของประเทศ
เส้นทางระดับมหาวิทยาลัยของเขาเริ่มต้นที่ Florida State University ในปี 2010 ก่อนที่ Tye จะตัดสินใจย้ายไปร่วมทีม Stony Brook Seawolves ในปี 2013 ซึ่งที่นี่เองที่เขาได้ระเบิดฟอร์มอย่างเต็มที่ โดยทำสถิติรับลูกได้ถึง 79 ครั้ง คิดเป็นระยะรวม 1,015 หลา และทำทัชดาวน์ได้ 9 ครั้ง ตลอดระยะเวลา 2 ฤดูกาล
เส้นทางอาชีพใน NFL: จากตัวสำรองสู่ผู้ทำแต้ม
แม้จะไม่ถูกเลือกใน NFL Draft ปี 2015 แต่ Tye ได้รับโอกาสเซ็นสัญญาเป็น Undrafted Free Agent (ผู้เล่นอิสระที่ไม่ได้ถูกดราฟต์) กับทีม New York Giants เขาต้องต่อสู้กับผู้เล่นตัวหลักหลายคนเพื่อแย่งชิงตำแหน่ง แม้จะเคยถูกปล่อยตัวและต้องอยู่ใน Practice Squad (ทีมซ้อม) ในช่วงแรก แต่ในเดือนตุลาคม 2015 เขาก็ถูกดันขึ้นสู่บัญชีรายชื่อผู้เล่นตัวจริง (Active Roster) ได้สำเร็จ
ช่วงเวลาที่น่าจดจำที่สุดคือการทำทัชดาวน์ลูกแรกในอาชีพจากการส่งลูกของควอเตอร์แบ็กชื่อดังอย่าง Eli Manning ในเกมพบกับ Miami Dolphins นอกจากนี้เขายังทำแต้มต่อเนื่องในเกมที่พบกับ Carolina Panthers และ Philadelphia Eagles ส่งผลให้ในฤดูกาลแรกเขามีสถิติรับลูก 42 ครั้ง ระยะ 464 หลา และ 3 ทัชดาวน์ จนได้รับเลือกให้ติดทีม PFWA All-Rookie Team ประจำปี 2015
ด้วยสไตล์การเล่นที่คล้ายคลึงกับ Antonio Gates ยอด Tight End ของทีม San Diego Chargers ประกอบกับความชื่นชมที่เขามีต่อไอดอลคนนี้ ทำให้ Tye ได้รับฉายาว่า "Baby Gates"
การเดินทางผ่านทีมต่างๆ และบทสรุปอาชีพ
หลังจากผ่านพ้นปี 2016 ที่ผลงานดรอปลงเล็กน้อยด้วยสถิติรับลูก 48 ครั้ง ระยะ 395 หลา และ 1 ทัชดาวน์ Tye ได้ถูกปล่อยตัวจาก New York Giants ในปี 2017 และถูกดึงตัวไปร่วมทีม New York Jets ในระยะเวลาสั้นๆ ก่อนจะย้ายไปร่วมทีม New England Patriots ในฐานะผู้เล่นทีมซ้อมและเซ็นสัญญา Reserve/Future ในเวลาต่อมา
สถานีสุดท้ายในอาชีพของเขาคือทีม Philadelphia Eagles ซึ่งเขาเข้าร่วมทีมซ้อมในเดือนพฤศจิกายน 2018 และเซ็นสัญญา Reserve/Future ในปี 2019 ก่อนจะถูกปล่อยตัวในช่วงการตัดตัวผู้เล่นรอบสุดท้ายเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2019
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ตำแหน่ง: Tight End (TE)
- ความสำเร็จสูงสุด: ติดทีม PFWA All-Rookie Team ปี 2015
- สถิติรวมใน NFL: รับลูก 94 ครั้ง, ระยะรวม 897 หลา, ทำได้ 4 ทัชดาวน์
- ความภูมิใจ: ผู้เล่นคนแรกจาก Stony Brook ที่ได้เล่นใน NFL
- ฉายา: Baby Gates
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| วันเกิด | 4 พฤศจิกายน 1991 |
| ส่วนสูง / น้ำหนัก | 6 ฟุต 2 นิ้ว (1.88 ม.) / 260 ปอนด์ (118 กก.) |
| มหาวิทยาลัย | Florida State และ Stony Brook |
| ทีมที่เคยสังกัด | NY Giants, NY Jets, NE Patriots, Philadelphia Eagles |
| จำนวนทัชดาวน์รวม | 4 ครั้ง |
คำถามที่พบบ่อย
Will Tye เล่นตำแหน่งอะไรใน NFL?
เขาเล่นในตำแหน่ง Tight End ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ต้องทำหน้าที่ทั้งการรับลูกจากควอเตอร์แบ็กและการบล็อกคู่ต่อสู้เพื่อเปิดทางให้ผู้เล่นคนอื่น
ทำไมเขาถึงได้รับฉายาว่า "Baby Gates"?
เนื่องจากเขามีสไตล์การเล่นที่คล้ายกับ Antonio Gates และมีความชื่นชมในตัวนักกีฬาคนนี้เป็นอย่างมาก
ความสำเร็จที่โดดเด่นที่สุดของเขาคืออะไร?
การได้รับเลือกให้ติดทีม PFWA All-Rookie Team ในปี 2015 ซึ่งเป็นปีแรกที่เขาเข้าสู่ลีก และการเป็นผู้เล่นคนแรกจากมหาวิทยาลัย Stony Brook ที่ได้เล่นใน NFL
Will Tye เคยเล่นให้กับทีมใดบ้าง?
เขาเคยร่วมงานกับ New York Giants, New York Jets, New England Patriots และ Philadelphia Eagles
สถิติการรับลูกรวมตลอดอาชีพของเขาเป็นอย่างไร?
เขามีสถิติรับลูกทั้งหมด 94 ครั้ง ทำระยะได้ 897 หลา และทำทัชดาวน์ได้ 4 ครั้ง