William Cohen รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ผู้สร้างสมดุลระหว่างการเมืองและความมั่นคง
William Sebastian Cohen เป็นบุคคลสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองและการทหารของสหรัฐอเมริกา เขาเป็นทั้งทนายความ นักเขียน และนักการเมืองผู้ทรงอิทธิพลจากพรรครีพับลิกัน โดยมีบทบาทโดดเด่นที่สุดในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนที่ 20 ของสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดี Bill Clinton ระหว่างปี 1997 ถึง 2001
Cohen ได้รับการยอมรับว่าเป็นนักการเมืองสายกลาง (Moderate Republican) ที่มีความสามารถในการประนีประนอมสูง เขาสามารถทำงานร่วมกับผู้นำจากต่างพรรคได้อย่างราบรื่น และมีความสัมพันธ์ที่ดีเยี่ยมกับคณะเสนาธิการร่วม (Joint Chiefs of Staff) แม้ว่าในบางครั้งเขาจะมีมุมมองที่ขัดแย้งกับ Madeleine Albright รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในเรื่องการใช้กำลังทางทหารก็ตาม

เส้นทางชีวิตและการศึกษา
Cohen เกิดเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 1940 ที่เมืองแบนกอร์ รัฐเมน เขาเติบโตมาในครอบครัวที่มีความหลากหลายทางความเชื่อ โดยบิดาเป็นชาวนิวยอร์กเชื้อสายยิวรัสเซีย และมารดามีเชื้อสายไอริชโปรเตสแตนต์ แม้ในช่วงแรกเขาจะถูกเลี้ยงดูตามวิถีของศาสนายิว แต่ในเวลาต่อมาเขาได้หันมานับถือศาสนาคริสต์ และระบุตนเองว่าเป็น Unitarian Universalist (ลัทธิเอกเทวนิยมสากล)
ด้านการศึกษา Cohen มีผลการเรียนที่ยอดเยี่ยม โดยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านภาษาละติน (เกียรตินิยม) จาก Bowdoin College ในปี 1962 และคว้าปริญญากฎหมาย (เกียรตินิยม) จาก Boston University School of Law ในปี 1965 นอกจากนี้เขายังเป็นนักบาสเกตบอลฝีมือดีที่ได้รับการบรรจุชื่อเข้าสู่ New England All-Star Hall of Fame อีกด้วย

บทบาททางการเมืองจากระดับท้องถิ่นสู่สภาคองเกรส
ก่อนจะก้าวเข้าสู่การเมืองระดับประเทศ Cohen เริ่มต้นจากการเป็นทนายความประจำเขต Penobscot และเป็นอาจารย์สอนด้านบริหารธุรกิจที่ University of Maine เขาเคยดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองแบนกอร์ในช่วงปี 1971–1972 ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้เขาได้รับเลือกตั้งเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร (House of Representatives) ในปี 1972
ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งในสภาผู้แทนราษฎร Cohen สร้างชื่อจากการเป็นหนึ่งในสมาชิกพรรครีพับลิกันกลุ่มแรกๆ ที่สนับสนุนการถอดถอนประธานาธิบดี Richard Nixon จากเหตุการณ์ Watergate โดยเขามองว่าการปล่อยให้กฎหมายและรัฐธรรมนูญถูกละเลยเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ ต่อมาในปี 1978 เขาได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกวุฒิสภา (Senate) และดำรงตำแหน่งยาวนานถึง 18 ปี จนถึงปี 1997

ในฐานะวุฒิสมาชิก Cohen มีบทบาทสำคัญในการร่างกฎหมายด้านความมั่นคงหลายฉบับ เช่น Goldwater–Nichols Act และ Clinger–Cohen Act ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปฏิรูปการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศของรัฐบาลกลาง นอกจากนี้เขายังเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ที่กล้าเสนอความเห็นที่แตกต่างจากแนวทางหลักของพรรคในประเด็นทางสังคม
การบริหารกระทรวงกลาโหมและวิกฤตการณ์โลก
เมื่อได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในปี 1997 Cohen ต้องเผชิญกับความท้าทายในการปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัยภายใต้งบประมาณที่จำกัด เขาให้ความสำคัญกับ 3 แกนหลัก คือ บุคลากร (People), ความพร้อมรบ (Readiness) และ การปรับปรุงให้ทันสมัย (Modernization)
ในด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ เขาเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการสั่งการปฏิบัติการทางทหารในอิรัก (Operation Desert Fox) และโคโซโว (Operation Allied Force) รวมถึงการสนับสนุนการขยายตัวของ NATO และการเจรจาลดอาวุธนิวเคลียร์กับรัสเซียภายใต้สนธิสัญญา START II และ III

นอกจากภารกิจทางทหาร Cohen ยังพยายามแก้ไขปัญหาภายในกองทัพ เช่น การทบทวนนโยบาย "Don't Ask, Don't Tell" (นโยบายที่ไม่ถามและไม่บอกเกี่ยวกับรสนิยมทางเพศของทหาร) รวมถึงการจัดการปัญหาการเหยียดเชื้อชาติและการคุกคามทางเพศในกองทัพ
ชีวิตหลังการเมืองและผลงานในปัจจุบัน
หลังจากก้าวลงจากตำแหน่งในปี 2001 Cohen ได้ก่อตั้ง The Cohen Group ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาทางธุรกิจ และผันตัวมาเป็นนักเขียน โดยมีผลงานทั้งนวนิยายแนวสืบสวนและหนังสือบันทึกความทรงจำเรื่อง Love in Black and White ที่เขียนร่วมกับภรรยา Janet Langhart
ในปัจจุบัน เขาทำหน้าที่เป็นนักวิเคราะห์กิจการโลกให้กับ BBC News และเป็นสมาชิกคณะกรรมการบริหารของสภาธุรกิจสหรัฐฯ-จีน และสหรัฐฯ-อินเดีย นอกจากนี้เขายังแสดงจุดยืนทางการเมืองที่ชัดเจนโดยการสนับสนุนผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2016 และ 2020

ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ตำแหน่งสูงสุด: รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ คนที่ 20 (1997–2001)
- จุดเด่นทางการเมือง: เป็นสมาชิกพรรครีพับลิกันสายกลางที่เน้นการประนีประนอม
- ผลงานเด่น: มีส่วนร่วมในการร่างกฎหมายความมั่นคงสำคัญและบริหารปฏิบัติการในโคโซโวและอิรัก
- การศึกษา: ปริญญาตรีจาก Bowdoin College และปริญญากฎหมายจาก Boston University
- ความเชื่อ: ปัจจุบันเป็น Unitarian Universalist
| ช่วงปี (ค.ศ.) | ตำแหน่ง | หน่วยงาน/บทบาท |
|---|---|---|
| 1971–1972 | นายกเทศมนตรี | เมืองแบนกอร์ รัฐเมน |
| 1973–1979 | สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร | เขต 2 รัฐเมน |
| 1979–1997 | สมาชิกวุฒิสภา | ตัวแทนจากรัฐเมน |
| 1997–2001 | รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม | กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (Pentagon) |
คำถามที่พบบ่อย
William Cohen มีความสัมพันธ์อย่างไรกับประธานาธิบดี Bill Clinton?
แม้จะอยู่คนละพรรคการเมือง แต่ Cohen มีความสัมพันธ์ในการทำงานที่ดีมากกับประธานาธิบดี Clinton โดยเขาได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเพื่อสร้างการสนับสนุนจากทั้งสองพรรคให้กับกองทัพสหรัฐฯ
นโยบาย "Don't Ask, Don't Tell" ที่ Cohen ทบทวนคืออะไร?
คือข้อตกลงที่อนุญาตให้กลุ่ม LGBTQ+ รับราชการทหารได้ตราบเท่าที่ไม่ได้เปิดเผยรสนิยมทางเพศของตนเอง ซึ่ง Cohen ได้สั่งให้มีการทบทวนนโยบายนี้หลังจากที่ประธานาธิบดี Clinton ระบุว่านโยบายดังกล่าวไม่มีประสิทธิภาพ
บทบาทของเขาในเหตุการณ์ถอดถอน Richard Nixon คืออะไร?
Cohen เป็นหนึ่งในสมาชิกพรรครีพับลิกันกลุ่มแรกๆ ในคณะกรรมการตุลาการของสภาผู้แทนราษฎรที่ลงมติสนับสนุนการถอดถอนประธานาธิบดี Nixon เนื่องจากมองว่ามีการละเมิดรัฐธรรมนูญและกฎหมาย
หลังเกษียณจากการเมือง William Cohen ทำอาชีพอะไร?
เขาทำธุรกิจที่ปรึกษาผ่าน The Cohen Group, เป็นนักเขียนหนังสือหลายเล่ม, เป็นนักวิเคราะห์ข่าวโลกให้กับ BBC และดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการธุรกิจระหว่างประเทศ เช่น สภาธุรกิจสหรัฐฯ-จีน
เขามีจุดยืนทางการเมืองอย่างไรในปัจจุบัน?
แม้จะเป็นสมาชิกพรรครีพับลิกันมาตลอด แต่ในระยะหลังเขาได้แสดงจุดยืนคัดค้าน Donald Trump และหันไปสนับสนุนผู้สมัครจากพรรคเดโมแครต เช่น Hillary Clinton และ Joe Biden