Wolfgang von Stetten นักการเมืองและนักกฎหมายผู้ทรงอิทธิพลแห่งเยอรมนี
Wolfgang Freiherr von Stetten เป็นบุคคลสำคัญในแวดวงกฎหมายและการเมืองของประเทศเยอรมนี โดยเป็นสมาชิกของพรรค Christian Democratic Union (CDU) หรือสหภาพประชาธิปไตยคริสเตียน ซึ่งเป็นพรรคการเมืองสายอนุรักษนิยมที่มีบทบาทสูงในเยอรมนี เขาได้อุทิศตนทำงานในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (Bundestag) เป็นเวลากว่าหนึ่งทศวรรษ
เส้นทางชีวิตและการศึกษา
วูล์ฟกัง เกิดเมื่อวันที่ 22 มกราคม ค.ศ. 1941 ที่เมืองเดรสเดน ประเทศเยอรมนี ในครอบครัวชนชั้นสูงตระกูล Stetten แห่งแคว้นฟรังโกเนีย โดยเขามีพื้นฐานการศึกษาที่โดดเด่นทางด้านนิติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยชั้นนำถึงสามแห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยโคโลญจน์, มหาวิทยาลัยวือทซ์บวร์ก และมหาวิทยาลัยสไปเออร์ จนสามารถคว้าปริญญาเอกทางกฎหมายได้ในปี ค.ศ. 1972
ก่อนจะก้าวเข้าสู่เส้นทางการเมือง วูล์ฟกังได้สั่งสมประสบการณ์ในสายงานตุลาการโดยดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาระหว่างปี ค.ศ. 1974 ถึง 1984 และต่อมาได้ผันตัวมาเป็นศาสตราจารย์ด้านกฎหมายที่วิทยาลัยไฮล์บรอนน์ (Heilbronn College) ในช่วงปี ค.ศ. 1984 ถึง 1991 นอกจากนี้เขายังเป็นเจ้าของปราสาท Stetten (Schloss Stetten) ในเมืองคึนเซลเซา ซึ่งเป็นมรดกตกทอดของตระกูล
บทบาททางการเมืองและผลงานระดับนานาชาติ
วูล์ฟกังได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเยอรมัน (Bundestag) ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม ค.ศ. 1990 จนถึงวันที่ 17 ตุลาคม ค.ศ. 2002 โดยเป็นตัวแทนของเขตเลือกตั้ง Schwäbisch Hall – Hohenlohe ซึ่งภายหลังตำแหน่งนี้ได้ถูกส่งต่อให้กับ Christian von Stetten ลูกชายของเขา
ในระหว่างดำรงตำแหน่ง เขาได้มีบทบาทสำคัญในคณะกรรมการด้านกฎหมาย และทำหน้าที่เป็นโฆษกของกลุ่มพรรค CDU/CSU อีกทั้งยังเป็นผู้ก่อตั้งสมาคมรัฐสภาเยอรมัน-บอลติก (German-Baltic Parliamentary Association) ในปี ค.ศ. 1991 และดำรงตำแหน่งประธานจนถึงปี ค.ศ. 2002 โดยสมาคมนี้มีเป้าหมายหลักในการสนับสนุนให้กลุ่มประเทศบอลติกแยกตัวเป็นอิสระจากสหภาพโซเวียต รวมถึงผลักดันให้เข้าเป็นสมาชิกของ NATO และสหภาพยุโรป (EU)
นอกเหนือจากงานในสภา เขายังดำรงตำแหน่งประธาน Studienzentrum Weikersheim ระหว่างปี ค.ศ. 1997 ถึง 2001 และได้รับแต่งตั้งให้เป็นกงสุลลิทัวเนียประจำรัฐบาเดิน-เวือร์ทเทมแบร์ก ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2004 เป็นต้นมา พร้อมทั้งมีส่วนร่วมในกิจกรรมการกุศลอีกหลายแห่ง
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- สังกัดพรรค: Christian Democratic Union (CDU)
- วาระการดำรงตำแหน่ง ส.ส.: ค.ศ. 1990 – 2002
- ความเชี่ยวชาญ: กฎหมายและการทูต โดยเฉพาะความสัมพันธ์กับกลุ่มประเทศบอลติก
- ตำแหน่งปัจจุบัน/ล่าสุด: กงสุลลิทัวเนียประจำรัฐบาเดิน-เวือร์ทเทมแบร์ก (ตั้งแต่ปี 2004)
- การศึกษา: ปริญญาเอกทางกฎหมาย (Doctorate in Law)
| ปี ค.ศ. | เหตุการณ์ / รางวัลที่ได้รับ |
|---|---|
| 1989 | ได้รับเหรียญ Freiherr-vom-Stein-Medaille |
| 1990 | ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ Federal Cross of Merit |
| 1996 | ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ Order of Gedimino (ลิทัวเนีย) และ Order of the Cross of Terra Mariana First Class (เอสโตเนีย) |
| 2002 | ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ Order of the Three Stars Third Class (ลัตเวีย) |
| 2003 | ได้รับเกียรติเป็นพลเมืองกิตติมศักดิ์ของเมือง Kelme ประเทศลิทัวเนีย |
มุมมองทางสังคมที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์
วูล์ฟกังเคยตกเป็นประเด็นถกเถียงอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับทัศนคติต่อเรื่องการข่มขืนในคู่สมรส (Marital Rape) โดยเขาได้แสดงทัศนะว่าการแต่งงานคือการรวมตัวทางเพศซึ่งมีพันธะในการร่วมประเวณี และมองว่าการปฏิเสธการมีเพศสัมพันธ์อาจเป็นเหตุให้เกิดการหย่าร้างหรือการเพิกถอนการสมรสได้ นอกจากนี้เขายังกล่าวในเชิงว่าการที่สามีใช้ความรุนแรงในบางกรณีไม่ใช่การก่ออาชญากรรม ซึ่งคำกล่าวนี้สร้างแรงกระเพื่อมและถูกนำมาวิพากษ์วิจารณ์ในด้านสิทธิมนุษยชนอย่างมาก
คำถามที่พบบ่อย
Wolfgang von Stetten คือใคร?
เขาเป็นนักกฎหมายและนักการเมืองชาวเยอรมัน สังกัดพรรค CDU ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเยอรมัน (Bundestag) ระหว่างปี 1990 ถึง 2002
เขามีบทบาทอย่างไรต่อประเทศในแถบบอลติก?
เขาเป็นผู้ก่อตั้งและประธานสมาคมรัฐสภาเยอรมัน-บอลติก โดยสนับสนุนการประกาศอิสรภาพของประเทศบอลติกจากการปกครองของสหภาพโซเวียต และผลักดันให้เข้าเป็นสมาชิก NATO และ EU
วูล์ฟกังมีความสัมพันธ์อย่างไรกับ Christian von Stetten?
Christian von Stetten เป็นลูกชายของวูล์ฟกัง และเป็นผู้ที่มารับช่วงต่อตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตเลือกตั้ง Schwäbisch Hall – Hohenlohe
เขามีประวัติการทำงานด้านกฎหมายอย่างไรบ้าง?
เขาจบปริญญาเอกทางกฎหมาย เคยทำงานเป็นผู้พิพากการในช่วงปี 1974-1984 และเป็นศาสตราจารย์ด้านกฎหมายที่วิทยาลัยไฮล์บรอนน์ในช่วงปี 1984-1991
เขาได้รับรางวัลเกียรติยศอะไรบ้าง?
เขาได้รับรางวัลมากมายทั้งในและต่างประเทศ เช่น Federal Cross of Merit ของเยอรมนี และเครื่องราชอิสริยาภรณ์จากประเทศลิทัวเนีย เอสโตเนีย และลัตเวีย