Yoaz Hendel นักการเมืองและอดีตรัฐมนตรีผู้ขับเคลื่อนนโยบายเพื่อทหารกองหนุนอิสราเอล
Yoaz Hendel เป็นบุคคลที่มีบทบาทหลากหลายในสังคมอิสราเอล ไม่ว่าจะเป็นในฐานะนักการเมืองระดับสูง อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการสื่อสาร สมาชิกสภา Knesset รวมถึงเป็นนักวิชาการและทหารกองหนุนผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธศาสตร์ ความโดดเด่นของเขาอยู่ที่การผสมผสานประสบการณ์จากสายงานความมั่นคง การเขียนบทความวิเคราะห์ และการบริหารงานภาครัฐ เพื่อผลักดันแนวคิดชาตินิยมแบบเสรีนิยมที่เน้นการปฏิบัติจริง

เส้นทางชีวิตจากทหารหน่วยรบพิเศษสู่นักวิชาการ
Hendel เกิดเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 1975 ที่เมือง Petah Tikva และเติบโตในครอบครัวเคร่งศาสนาในนิคม Elkana เขาเริ่มต้นเส้นทางอาชีพด้วยการรับใช้ชาติในกองทัพอิสราเอล (IDF) โดยอาสาสมัครเข้าหน่วย Shayetet 13 ซึ่งเป็นหน่วยคอมมานโดทางเรือระดับ elite และได้ก้าวขึ้นเป็นผู้บังคับกองร้อยในช่วงปฏิบัติการ Grapes of Wrath
นอกเหนือจากบทบาททหาร เขายังให้ความสำคัญกับการศึกษา โดยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Tel Aviv ซึ่งเน้นศึกษาเรื่องวิธีการจารกรรมในโลกยุคโบราณ และเคยเป็นอาจารย์พิเศษสอนวิชาการก่อการร้ายและสงครามกองโจรที่มหาวิทยาลัย Bar-Ilan ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้เขากลายเป็นนักเขียนและคอลัมนิสต์ที่มีชื่อเสียง โดยมีผลงานหนังสือหลายเล่มที่วิเคราะห์เรื่องความมั่นคงและสงครามเงียบระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน
บทบาททางการเมืองและการปฏิรูประบบการสื่อสาร
ในด้านการเมือง Hendel เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงการสื่อสารถึงสองวาระ โดยในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง เขาได้ผลักดันการเปลี่ยนแปลงสำคัญหลายประการเพื่อประโยชน์ของประชาชน เช่น การแก้ไขปัญหาข้อความ SMS ปลอม การส่งเสริมการขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตไฟเบอร์ออปติกให้ครอบคลุมทั่วประเทศ และการลดค่าบริการโทรศัพท์พื้นฐานลงถึง 40%
นอกจากนี้ เขายังสร้างความเปลี่ยนแปลงในระบบไปรษณีย์ของอิสราเอล โดยการเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามาแข่งขันกับบริษัทไปรษณีย์ของรัฐ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ ซึ่งเป็นนโยบายที่รัฐมนตรีก่อนหน้าไม่ได้นำมาปฏิบัติ

การก่อตั้งพรรค The Reservists และอุดมการณ์ทางการเมือง
หลังจากพักงานการเมืองไปช่วงหนึ่ง Hendel ได้กลับมามีบทบาทอีกครั้งด้วยการก่อตั้งพรรค The Reservists (หรือพรรคทหารกองหนุน) โดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นกระบอกเสียงให้กับเหล่าทหารกองหนุน ครอบครัวผู้สูญเสีย และอาสาสมัครพลเรือน
ประเด็นหลักที่เขาผลักดันคือ การเกณฑ์ทหารแบบถ้วนหน้า ซึ่งรวมถึงกลุ่มชาว Haredi (ชาวยิวเคร่งศาสนา) และชาวอาหรับที่เคยได้รับยกเว้น โดยเขาเสนอให้สิทธิในการเลือกตั้งผูกติดกับการผ่านการรับใช้ชาติในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนกำลังพลและสร้างความเท่าเทียมในสังคม
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ประสบการณ์ทหาร: อดีตผู้บังคับบัญชาหน่วย Shayetet 13 และผู้ก่อตั้งหน่วย Omer ซึ่งเป็นหน่วยกองหนุนพิเศษ
- ความสำเร็จทางการเมือง: ปฏิรูประบบอินเทอร์เน็ตไฟเบอร์และลดค่าโทรศัพท์พื้นฐานในอิสราเอล
- จุดยืนทางสังคม: สนับสนุนการเกณฑ์ทหารสำหรับทุกคน รวมถึงกลุ่ม Haredi เพื่อความมั่นคงของชาติ
- ผลงานวิชาการ: ดอกเตอร์ด้านประวัติศาสตร์และผู้เขียนหนังสือวิเคราะห์ยุทธศาสตร์การทหารหลายเล่ม
- จริยธรรมภาครัฐ: เคยได้รับรางวัล "Knight of Quality Government 2012" จากการเปิดโปงเรื่องอื้อฉาวในสำนักนายกรัฐมนตรี
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ตำแหน่งทางการเมือง | รัฐมนตรีกระทรวงการสื่อสาร (2020, 2021–2022) |
| พรรคการเมือง | Blue and White, Derekh Eretz, New Hope, The Reservists |
| ความเชี่ยวชาญ | ประวัติศาสตร์การจารกรรม, สงครามกองโจร, ยุทธศาสตร์ความมั่นคง |
| หน่วยทหาร | Shayetet 13 (คอมมานโดทางเรือ) |
| เป้าหมายหลักปัจจุบัน | ผลักดันการเกณฑ์ทหารถ้วนหน้าและสร้างรัฐบาลไซออนิสต์ |
คำถามที่พบบ่อย
Yoaz Hendel มีจุดยืนทางการเมืองแบบใด?
เขาจำกัดความตัวเองว่าเป็น ชาตินิยมเสรีนิยมฝ่ายขวา ที่เน้นแนวทางปฏิบัติจริง (Pragmatic approach) โดยเชื่อในหลักการไซออนิสต์และการรักษาความมั่นคงของรัฐอิสราเอล
พรรค The Reservists มีนโยบายที่โดดเด่นเรื่องอะไร?
นโยบายที่สำคัญที่สุดคือการเรียกร้องให้มีการเกณฑ์ทหารสำหรับพลเมืองทุกคน รวมถึงกลุ่ม Haredi และชาวอาหรับ เพื่อลดภาระของกองทัพและสร้างความสมดุลทางประชากร
ผลงานที่โดดเด่นที่สุดในช่วงเป็นรัฐมนตรีกระทรวงการสื่อสารคืออะไร?
การปฏิรูประบบโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตไฟเบอร์ออปติก การลดค่าบริการโทรศัพท์พื้นฐาน และการเปิดเสรีการแข่งขันในธุรกิจไปรษณีย์
เขามีความสัมพันธ์อย่างไรกับกองทัพอิสราเอลในปัจจุบัน?
เขายังคงเป็นนายทหารยศพันโทในกองหนุน และเคยกลับไปปฏิบัติหน้าที่ผู้บังคับกองพัน 8555 ในช่วงสงคราม Iron Swords
แนวคิดของเขาเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์เป็นอย่างไร?
เขามองว่าความขัดแย้งนี้คือ "การปะทะกันของอารยธรรม" และเชื่อว่าสันติภาพจะเกิดขึ้นได้ยากหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงในระดับรากฐานซึ่งอาจต้องใช้เวลาหลายชั่วอายุคน