← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Yuki Kihara ศิลปินผู้ท้าทายบรรทัดฐานทางสังคมและอัตลักษณ์แห่งแปซิฟิก

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Yuki Kihara ศิลปินผู้ท้าทายบรรทัดฐานทางสังคมและอัตลักษณ์แห่งแปซิฟิก

Yuki Kihara ศิลปินผู้ท้าทายบรรทัดฐานทางสังคมและอัตลักษณ์แห่งแปซิฟิก ในโลกของศิลปะร่วมสมัย Yuki Kihara (หรือ Shigeyuki Kihara) คือศิลปินผู้ทรงอิทธิพลที่ใช้ผลงานสื่อผสมเพื่…

Yuki Kiharaศิลปินร่วมสมัยfa'afafineศิลปะแปซิฟิก

Yuki Kihara ศิลปินผู้ท้าทายบรรทัดฐานทางสังคมและอัตลักษณ์แห่งแปซิฟิก

ในโลกของศิลปะร่วมสมัย Yuki Kihara (หรือ Shigeyuki Kihara) คือศิลปินผู้ทรงอิทธิพลที่ใช้ผลงานสื่อผสมเพื่อตั้งคำถามและรื้อถอนภาพจำที่ผิดเพี้ยนเกี่ยวกับผู้คนในภูมิภาคแปซิฟิก ด้วยพื้นเพที่เป็นลูกครึ่งญี่ปุ่น-ซามัว และการเป็น fa'afafine (เพศที่สามตามวัฒนธรรมของซามัว) Kihara จึงนำประสบการณ์ส่วนตัวมาผสานกับประวัติศาสตร์ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงการต่อสู้กับค่านิยมกระแสหลักและอำนาจของลัทธิอาณานิคม

Content image

เส้นทางชีวิตและการหล่อหลอมทางศิลปะ

Kihara เกิดในปี 1975 ที่ประเทศซามัว ก่อนจะย้ายไปพำนักที่เมืองเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์ เมื่ออายุ 15 ปี เพื่อศึกษาต่อด้านการออกแบบแฟชั่นที่ Wellington Polytech (ปัจจุบันคือ Massey University) ความสามารถของเธอโดดเด่นตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษา โดยในปี 1995 ผลงานชุด Graffiti Dress – Bombacific ได้ถูกจัดเก็บเข้าคอลเลกชันของพิพิธภัณฑ์ Te Papa Tongarewa ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งชาติของนิวซีแลนด์

นอกจากนี้ Kihara ยังสร้างสรรค์นิทรรศการ Teuanoa'i: Adorn to Excess ซึ่งนำเสื้อยืด 26 ตัวมาดัดแปลงโลโก้ของบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ เพื่อสื่อถึงการต่อต้านระบบอำนาจที่ควบคุมชีวิตของกลุ่มชนพื้นเมืองในปัจจุบัน

การสร้างชื่อเสียงในระดับโลกและผลงานชิ้นเอก

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2008 เมื่อ Kihara ได้รับเกียรติให้จัดนิทรรศการเดี่ยวในชื่อ Shigeyuki Kihara: Living Photographs ณ พิพิธภัณฑ์ Metropolitan Museum of Art ในนิวยอร์ก ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ศิลปินชาวนิวซีแลนด์และชาวเกาะแปซิฟิกได้รับโอกาสนี้ โดยผลงานภาพถ่ายพอร์ตเทรตของเธอได้นำเสนอภาพนู้ดในท่วงท่าที่ล้อเลียนการมองชาวโพลีนีเซียเป็นเพียงวัตถุทางเพศในยุคอาณานิคม

นอกเหนือจากงานภาพถ่าย Kihara ยังมีผลงานการแสดงสด (Performance Art) ที่โดดเด่นอย่าง Taualuga; the last dance ซึ่งเธอสวมบทบาทเป็น Salome โดยได้รับแรงบันดาลใจจากภาพถ่ายหญิงชาวซามัวในชุดวิกตอเรียน เพื่อแสดงออกถึงความโศกเศร้าจากการถูกล่าอาณานิคมควบคู่ไปกับความแข็งแกร่งของจิตวิญญาณผู้คน

บทบาทภัณฑารักษ์ นักเขียน และการยอมรับในระดับสากล

Kihara ไม่เพียงแต่สร้างสรรค์งานศิลปะ แต่ยังทำงานในฐานะภัณฑารักษ์และนักเขียน โดยมีผลงานเด่น เช่น การร่วมดูแลนิทรรศการ Hand in Hand ที่นำเสนอศิลปินกลุ่ม Queer ชนพื้นเมืองจากโอเชียเนีย และการร่วมแก้ไขหนังสือ Samoan Queer Lives ซึ่งรวบรวมเรื่องราวอัตชีวประวัติของกลุ่ม Fa’afafine และ LGBTIQ+ ในซามัวและพื้นที่ใกล้เคียง

ความสำเร็จของเธอได้รับการยืนยันผ่านรางวัลมากมาย เช่น รางวัล Wallace Art Awards Paramount Award ในปี 2012 และการได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนประเทศนิวซีแลนด์ในงาน Venice Biennale 2021 ซึ่งเป็นหนึ่งในเทศกาลศิลปะที่เก่าแก่และทรงเกียรติที่สุดในโลก

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • อัตลักษณ์: เป็นศิลปินลูกครึ่งญี่ปุ่น-ซามัว และเป็น fa'afafine (เพศที่สามของซามัว)
  • ความสำเร็จสูงสุด: ศิลปินชาวแปซิฟิกคนแรกที่มีนิทรรศการเดี่ยวที่ Metropolitan Museum of Art (2008)
  • แนวคิดหลัก: การรื้อถอนภาพจำ (Stereotypes) และการวิพากษ์วิจารณ์บรรทัดฐานทางเพศและอำนาจอาณานิคม
  • การยอมรับ: ตัวแทนประเทศนิวซีแลนด์ในงาน Venice Biennale ปี 2021
สรุปข้อมูลสำคัญของ Yuki Kihara
หัวข้อ รายละเอียด
ปีเกิด 1975
การศึกษา ด้านการออกแบบแฟชั่นจาก Wellington Polytech
ผลงานเด่น Shigeyuki Kihara: Living Photographs, Taualuga; the last dance
สถาบันที่เก็บรักษาผลงาน MoMA, Metropolitan Museum of Art, Te Papa Tongarewa และอื่นๆ
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Yuki Kihara คือใคร?

คือศิลปินสื่อผสมชาวนิวซีแลนด์เชื้อสายญี่ปุ่นและซามัว ผู้สร้างสรรค์งานศิลปะที่มุ่งเน้นการท้าทายภาพจำทางวัฒนธรรมและบรรทัดฐานทางเพศ

คำว่า fa'afafine หมายถึงอะไรในบริบทของ Kihara?

fa'afafine คือคำเรียกเพศที่สามในวัฒนธรรมของชาวซามัว ซึ่ง Kihara ใช้ตัวตนนี้ในการสร้างสรรค์งานที่สำรวจเรื่องเพศสภาพและอัตลักษณ์

ผลงานของ Kihara มีจุดประสงค์หลักเพื่ออะไร?

เพื่อวิพากษ์วิจารณ์การสร้างภาพจำที่ผิดเพี้ยนเกี่ยวกับชาวแปซิฟิก โดยเฉพาะการถูกทำให้เป็นวัตถุทางเพศหรือการถูกกดขี่ภายใต้ระบบอาณานิคม

Kihara เคยสร้างประวัติศาสตร์อะไรบ้างในวงการศิลปะ?

เธอเป็นชาวนิวซีแลนด์และชาวเกาะแปซิฟิกคนแรกที่ได้จัดนิทรรศการเดี่ยวที่ Metropolitan Museum of Art ในนิวยอร์ก และเป็นศิลปินเชื้อสายแปซิฟิกคนที่สองที่ได้เป็นตัวแทนประเทศนิวซีแลนด์ในงาน Venice Biennale