ไคลโดนิโทอิเดีย
Clydonitoideaซึ่งเดิมชื่อ Clydonitaceaeเป็นวงศ์ใหญ่ในอันดับCeratitida ของสัตว์ทะเลกลุ่ม เซฟาโลพอด ในกลุ่มแอมโมไนด์ มีลักษณะเด่นคือเปลือกที่มีสันและปุ่มนูนโดยทั่วไป มีด้านท้องเรียบ เป็นร่อง หรือเป็นสัน และรอยต่อของเปลือกมักเป็นแบบเซราไทต์หรือแอมโมไนต์ แต่บางสายพันธุ์ก็อาจเป็นแบบโกเนียไทต์ได้
อนุกรมวิธาน
Clydonitoidea รวบรวม 14 วงศ์ (Arkell et al. 1962) (12 วงศ์ใน Kummel 1952) ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากสองกลุ่มบรรพบุรุษภายใน ได้แก่ArpaditidaeและTrachyceratidaeซึ่งสืบเชื้อสายมาจากCeratitaceae
วงศ์ Trachycerataceae ที่ Haug กล่าวถึงในปี 1894 ซึ่ง Kummel ใช้ในปี 1952 และ Tozer ใช้ในภายหลังนั้น เดิมทีเทียบเท่ากับวงศ์ Clydonitaceae ที่ Mojsisovics กล่าวถึงในปี 1879 ในตำราส่วนที่ 1 Kummel อาจใช้เช่นนั้นเพราะวงศ์ Trachyceratidae เป็นหนึ่งในสองวงศ์บรรพบุรุษ ในขณะที่วงศ์ Clydonitidae ประกอบด้วยกลุ่มที่พัฒนาขึ้นมา
โทเซอร์ได้แยกวงศ์ Trachycerataceae ออกจากวงศ์ Clydonitoidea และจัดเรียงทั้งสองวงศ์ใหม่ โดยคงวงศ์ Clydonitoidea ไว้เช่นเดิม คือ Clydonitidae, Clionititidae และ Metasibiritidae ซึ่งต่อมาได้เพิ่มวงศ์ Sandlingitidae และ Thetiditidae เข้าไป ส่วนวงศ์ Trachycerataceae ที่ได้รับการแก้ไขใหม่นั้น ประกอบด้วยวงศ์ Trachyceratidae, Arpaditidae, Cyrtopleuritidae, Distichitidae, Heraclitidae, Noridiscitidae และ Tibetitidae
วิวัฒนาการ
ตามที่ Kummel (1952) และ Arkel et al. (1962) กล่าวไว้ในTreatise on Invertebrate Paleontologyวงศ์ Arpaditidae และ Trachyceratidae ต่างก็สืบเชื้อสายมาจากวงศ์ Ceratitaceae
วงศ์ Trachyceratidae ได้วิวัฒนาการไปเป็นวงศ์ Leconitidae และ Tibetitdae ในช่วงปลายยุคไตรแอสสิกตอนกลาง และเป็นวงศ์ Clydonitidae และ Cyrtopleuritidae ในช่วงต้นยุคไตรแอสสิกตอนบน โดยวงศ์ Cyrtopleuritidae ก็ได้วิวัฒนาการไปเป็นวงศ์ Heraclitidae ในช่วงกลางยุคไตรแอสสิกตอนบน ส่วนต้นกำเนิดของวงศ์ Noridiscitidae นั้นยังไม่แน่นอนและอาจไม่ได้อยู่ในกลุ่มนี้
วงศ์ Arpatitidae ได้วิวัฒนาการไปเป็นวงศ์ Buchitidae, Choristoceratidae, Clionitidae, Distichitidae และ Thisbitidae ในช่วงต้นยุคไทรแอสสิกตอนบน ส่วนวงศ์ Choristoceratidae ได้วิวัฒนาการไปเป็นวงศ์ Cochloceratidae ในช่วงกลางยุคไทรแอสสิกตอนบน โทเซอร์ได้แยกวงศ์ Choristoceratidae และ Cochloceratidae ออกมาเป็นวงศ์ใหญ่ของตนเอง คือ Choristocerataceae โดยเพิ่มวงศ์ Cycloceltitidae และ Rhabdoceratidae เข้าไปด้วย